อาคารทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอาคารเล็กหรือใหญ่ นอกจากอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีก็คือ “ไฟฉุกเฉิน (Emergency Light)” ที่จะติดตั้งอยู่ตามบริเวณทางเดิน หรือทางออกฉุกเฉิน ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลอาคาร อาจยังไม่เคยรู้ความหมายของ ไฟฉุกเฉินว่าคืออะไร สำคัญต่อระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไร วันนี้ Sunny Emergency Light ได้รวบรวมสาระสำคัญของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน แบบครบจบในบทความเดียว ไปค้นหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย
ไฟฉุกเฉินคืออะไร?
ไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) คือ เครื่องมือให้แสงสว่างในกรณีที่ไฟฟ้าดับ โดยเครื่องจะส่องสว่างอัตโนมัติ เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง หรือจับสัญญาณได้ว่า บริเวณดังกล่าวมีค่าความสว่างต่ำกว่าที่ตั้งค่าไว้ (ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละรุ่น) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อยู่ในอาคารสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้อย่างชัดเจน นำทางไปยังป้ายทางออกฉุกเฉิน และอพยพออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย
ไฟฉุกเฉินควรติดตั้งบริเวณใดบ้าง
ตัวอย่างบริเวณที่ต้องมีโคมไฟฉุกเฉินตามมาตรฐานการติดตั้งไฟฉุกเฉิน ดังนี้
- เส้นทางหนีภัย หรือทางหนีไฟ
- บริเวณทางออกอาคาร
- บริเวณภายนอกอาคาร
- ทางแยก และทางเลี้ยวในอาคาร
- พื้นที่เปลี่ยนระดับ
- พื้นที่ปฏิบัติงานของพนักงานดับเพลิงเจ้าหน้าที่พนักงานกู้ภัยในลิฟต์ดับเพลิง
- บริเวณพื้นที่งานอันตรายต่าง ๆ
- บริเวณห้องน้ำ บันไดเลื่อน และทางเลื่อน
- จุดรวมพลเพื่อการอพยพในอาคาร
ทั้งนี้ในแต่อาคารจะต้องมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าฉุกเฉินตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4745 (พ.ศ. 2558) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การติดตั้งระบบการให้แสงสว่างฉุกเฉิน ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2690-2558 โดยเป็นการติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การอพยพบุคคลออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินทำงานอย่างไร?
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน หรือ โคมไฟฉุกเฉิน จะมีแบตเตอรี่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าสำรอง โดยแบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ แบตเตอรี่แบบแห้ง และแบตเตอรี่แบบชนิดเติมน้ำกลั่น ซึ่งปัจจุบันไม่มีการนำแบตเตอรี่ประเภทนี้มาใช้กับไฟฉุกเฉินแล้ว โดยเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ โคมไฟฉุกเฉินจะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการส่องสว่าง ซึ่งระยะเวลาการส่องสว่างจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของโคมไฟฉุกเฉินและขนาดแบตเตอรี่ที่ใช้ แต่โดยส่วนใหญ่จะต้องส่องสว่างอยู่ได้นาน 2 ชั่วโมงขึ้นไป
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินมีกี่แบบ แต่ละแบบมีจุดเด่นอย่างไร?
ในปัจจุบันมีโคมไฟฉุกเฉินจัดจำหน่ายหลายแบบ แต่ละแบบจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนี้
1. ไฟฉุกเฉิน LED 2 หัวโคม แบบแขวนผนัง
เป็นโคมไฟฉุกเฉินที่ได้รับความนิยม และใช้งานกันทั่วไป เพราะให้แสงสว่างได้สูง แต่ใช้พลังงานไฟฟ้ากำลังวัตต์ต่ำมาก มีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถให้แสงสว่างอย่างต่อเนื่องนาน 2 – 3 ชั่วโมง โดยจะนำมาติดตั้งแบบแขวนผนังตามจุดสำคัญต่าง ๆ ของอาคาร

สำหรับใครที่ไม่รู้จะซื้อโคมไฟฉุกเฉิน LED 2 หัวโคม แบบแขวนผนัง รุ่นไหนดี! เราขอแนะนำ โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SG จาก SUNNY ที่มาพร้อมกับระบบ Auto Check ที่คอยตรวจเช็กสมรรถนะของตัวเครื่องและแจ้งเตือนความผิดปกติอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ หลอดไฟ ฟิวส์ และวงจรแสงสว่าง ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าโคมไฟฉุกเฉินจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ที่สำคัญยังมีอายุการใช้งานยาวนานด้วยระบบการชาร์จ 3 Steps Charger (เลขอนุสิทธิบัตร 15955) ที่ช่วยปกป้องกระบวนการชาร์จแบตเตอรี่อย่างสมบูรณ์
2. ไฟฉุกเฉิน LED 2 หัวโคม แบบซ่อนฝ้า
โคมไฟฉุกเฉิน LED 2 หัวโคม แบบซ่อนฝ้า จะมีฟังก์ชันการใช้งานคล้ายกับแบบแขวนผนังเลย แต่รูปทรงจะถูกออกแบบมาสำหรับซ่อนฝ้าโดยเฉพาะ มักนิยมติดตั้งบริเวณทางเดินของอาคาร เพื่อให้แสงสว่างฉุกเฉินเวลาที่ไฟดับ และนำทางผู้ใช้อาคารไปยังเส้นทางหนีภัย

สำหรับใครที่ไม่รู้จะซื้อโคมไฟฉุกเฉิน LED 2 หัวโคม แบบซ่อนฝ้า รุ่นไหนดี! เราขอแนะนำ โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SG-R จาก SUNNY ซึ่งเป็นโคมไฟที่ออกมาเพื่อรองรับการติดตั้งแบบซ่อนฝ้าโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับอาคารและสถานที่ ดวงโคมไฟฟ้าสามารถปรับทิศทางได้อย่างอิสระ และสามารถทดสอบการทำงานด้วยรีโมทคอนโทรล (Remote Test) ได้อีกด้วย
3. โคมไฟฉุกเฉินติดเพดาน (ไฟดาวน์ไลท์)
เป็นโคมไฟฉุกเฉินติดเพดาน มีลักษณะเป็นโคมไฟดาวน์ไลท์ เหมาะกับการติดตั้งแบบติดลอยใต้ฝ้าภายในอาคาร สำนักงาน บ้านพักอาศัย ช่วยให้การตกแต่งดีไซน์อาคารดูทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากฟังก์ชันการใช้เหมือนโคมไฟฉุกเฉินแบบอื่น ๆ ด้วย

สำหรับใครที่ไม่รู้จะซื้อโคมไฟฉุกเฉินติดเพดาน (โคมไฟดาวน์ไลท์) รุ่นไหนดี! เราขอแนะนำ โคมไฟฉุกเฉินดาวน์ไลท์ รุ่น EDLS จาก SUNNY ที่มีรูปทรงสวยงาม ตัวโคมไฟดาวน์ไลท์ผลิตจากแผ่นเหล็ก Electro-Galvanized หนา 1 มม. พ่นและเคลือบด้วยระบบ Epoxy powder Coated เคลือบนํ้ายาป้องกันการเกิดสนิมของตัวโคมเป็นอย่างดี สามารถใช้งานทดแทนหลอดไฟได้ตามปกติ มาพร้อมกับฟังก์ชัน Light Timer ตั้งเวลาปิดหลอดไฟเองอัตโนมัติได้
เลือกซื้อไฟฉุกเฉินให้คุ้มค่า ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
สำหรับคนที่ไม่เคยซื้อโคมไฟฟ้าฉุกเฉินมาใช้งาน อาจไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อโคมไฟฟ้าฉุกเฉินอย่างไรดี เพื่อให้คุณสามารถเลือกซื้อโคมไฟฉุกเฉินมาใช้งานอย่างคุ้มค่า เรามีคำแนะนำในการเลือกซื้อโคมไฟฟ้าฉุกเฉินมาฝาก สามารถเลือกซื้อได้ตามหัวข้อเหล่านี้เลย
- การให้แสงสว่าง โคมไฟฉุกเฉินแบบ 2 หัวโคม จะกระจายแสงได้ดีกว่าโคมไฟฉุกเฉินแบบเดี่ยว
- บริเวณที่ติดตั้ง โคมไฟฉุกเฉินแต่ละแบบจะเหมาะกับการติดตั้งบริเวณที่แตกต่างกัน เช่น หากต้องการติดตั้งบริเวณทางเดินของอาคาร จะแนะนำให้เลือกโคมไฟฉุกเฉินแบบซ่อนฝ้า หรือดาวน์ไลท์ จะเหมาะมากกว่าโคมไฟฉุกเฉินแบบแขวนผนัง เป็นต้น
- ระยะเวลาในการส่องสว่าง แนะนำให้เลือกโคมไฟฉุกเฉินที่สามารถส่องสว่างได้นานมากกว่า 2 ชั่วโมงขึ้น
- มาตรฐานของโคมไฟฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน แนะนำให้เลือกซื้อโคมไฟฉุกเฉินที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าต่าง ๆ ทั้งตัวเครื่องและแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉิน เช่น มาตรฐาน มอก., CE Mark หรือ UL Mark เป็นต้น
- การรับประกันสินค้า เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากโคมไฟฉุกเฉินมีอายุการใช้งานหลายปี หากไม่มีการรับประกันสินค้า หรือการดูแลหลังการขาย เมื่อตัวเครื่องขัดข้องก็อาจเกิดปัญหา ไม่สามารถหาคนมาซ่อมแซมได้
วิธีดูแลโคมไฟฉุกเฉินอย่างเหมาะสม
วิธีดูแลโคมไฟฉุกเฉินให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น มีดังนี้
- การเก็บรักษาโคมไฟฟ้าฉุกเฉิน ควรเก็บในอุณหภูมิห้องที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส และทุก ๆ 3 เดือนควรนำโคมไฟฉุกเฉินมาทำการชาร์จประจุแบตเตอรี่ให้เต็ม เพื่อถนอมรักษาคุณภาพแบตเตอรี่
- หลังจากที่ติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉินแล้ว แนะนำให้เสียบปลั๊กไฟฟ้า เพื่อประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่เต็มอยู่เสมอ พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ
ไฟฉุกเฉินต้องทดสอบระบบทุก ๆ กี่เดือน
ไฟฉุกเฉินต้องทดสอบระบบทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยเป็นการทดสอบการทำงานของหลอดไฟ แบตเตอรี่ และวงจรควบคุม ซึ่งจะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้งานจริง
- ทดสอบการทำงานของโคมไฟ เป็นการตรวจสอบว่าหลอดไฟทั้งหมดในระบบไฟฉุกเฉินทำงานได้ปกติ ไม่มีหลอดไฟที่เสียหรือกะพริบผิดปกติ รวมถึงตรวจสอบความสว่างของหลอดไฟว่ายังอยู่ในระดับที่เหมาะสมตามมาตรฐานหรือไม่
- ทดสอบการทำงานของแบตเตอรี่ เป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ว่าสามารถให้พลังงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ การทดสอบนี้จะช่วยให้ทราบว่าแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่หรือไม่
ขั้นตอนการทดสอบระบบไฟฉุกเฉิน
- กดสวิตช์ TEST ไฟฉุกเฉินส่วนใหญ่จะมีปุ่มทดสอบติดตั้งมาด้วย เมื่อกดปุ่มนี้ ระบบจะจำลองสถานการณ์ไฟดับโดยสลับจากการใช้ไฟฟ้าหลักมาเป็นการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แทน สังเกตว่าไฟฉุกเฉินติดสว่างทันทีหรือไม่ และมีความสว่างเพียงพอตามมาตรฐานหรือไม่ หากพบความผิดปกติควรแจ้งช่างเทคนิคเพื่อตรวจสอบและซ่อมบำรุงทันที
- ถอดปลั๊กไฟฉุกเฉินออก ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วค่อยเสียบปลั๊กอีกรอบ เพื่อทดสอบความทนทานของแบตเตอรี่ในการจ่ายไฟให้กับหลอดไฟฉุกเฉิน สังเกตว่าความสว่างลดลงหรือไม่ หากความสว่างลดลงอย่างรวดเร็วหรือไฟดับก่อนครบเวลาที่กำหนด แสดงว่าแบตเตอรี่อาจเสื่อมสภาพและควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ การทดสอบนี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินจริง ระบบจะทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้
ข้อควรระวังในการติดตั้งไฟฉุกเฉิน

ข้อควรระวังในการติดตั้งไฟฉุกเฉิน มีดังนี้
- ควรติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉินภายในอาคาร ปราศจากแสงแดดกระทบโดยตรง ไม่ควรติดตั้งบริเวณที่เปียกชื้น หรือมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส เพราะอาจส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของโคมไฟฟ้าฉุกเฉินได้
- ควรติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉินในบริเวณที่มั่นคง และแข็งแรง เนื่องจากแบตเตอรี่มักมีน้ำหนักมาก อาจร่วงหล่นลงมา และเป็นอันตรายกับผู้ใช้อาคารได้
- ควรติดตั้งโคมไฟในบริเวณเส้นทางหนีไฟที่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2 เมตร หากต้องติดตั้งบริเวณที่ต่ำกว่า 2 เมตร ตัวอุปกรณ์ต้องไม่กีดขวางเส้นทางหนีไฟ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน
ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาบ่อยแค่ไหน?
การดูแลรักษา ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ตามมาตรฐานการดูแลรักษา ควรมีการทดสอบระบบการทำงานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง (ครั้งละประมาณ 30 นาที) และทดสอบประสิทธิภาพแบตเตอรี่ประจำปี (ครั้งละ 2 ชั่วโมง) เพื่อตรวจเช็กสภาพความพร้อมของเครื่อง อย่างไรก็ตาม โคมไฟฉุกเฉินรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันมักมีระบบ Auto Check ที่คอยตรวจเช็กสมรรถนะของแบตเตอรี่ หลอดไฟ และวงจรต่างๆ พร้อมแจ้งเตือนความผิดปกติอัตโนมัติ ทำให้การบำรุงรักษาง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
กฎหมายบังคับให้ติดตั้ง ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินในอาคารประเภทใดบ้าง?
ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและมาตรฐานการติดตั้งของ วสท. อาคารที่จำเป็นต้องติดตั้ง ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน ได้แก่ อาคารสาธารณะ อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล โรงแรม รวมถึงอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ที่มีคนพลุกพล่าน โดยจะต้องติดตั้งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น เส้นทางหนีไฟ โถงทางเดิน บันได และทางออกอาคาร เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินตามที่กฎหมายกำหนด
หากเกิดเหตุไฟตกเพียงระยะเวลาสั้นๆ ไฟฉุกเฉินทำงานทันทีเลยหรือไม่
หากเกิดไฟตกระบบไฟฟ้าฉุกเฉินจะทำงานทันที โดยเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาให้ส่องสว่างโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อระบบไฟฟ้าหลักเกิดความขัดข้อง ไม่ว่าจะเป็นไฟดับหรือไฟตก ตัวเครื่องจะมีระบบตรวจจับความผิดปกติของการจ่ายกระแสไฟฟ้า เมื่อไม่มีไฟหล่อเลี้ยง ตัวเครื่องจะดึงพลังงานจากแบตเตอรี่สำรองมาจ่ายให้หลอดไฟส่องสว่างทำงานในเสี้ยววินาที เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหรือความตื่นตระหนกในความมืด
ข้อแตกต่างระหว่างป้ายไฟทางออกหนีไฟ (Exit Sign) กับไฟฉุกเฉินคืออะไร
แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในยามเกิดเหตุฉุกเฉินเหมือนกัน แต่มีหน้าที่หลักต่างกันอย่างชัดเจน โดย ไฟ ฉุกเฉิน คือ โคมไฟที่ทำหน้าที่ให้ “แสงสว่าง” แก่พื้นที่บริเวณนั้นๆ เพื่อให้ผู้ใช้อาคารมองเห็นสิ่งรอบตัวและสิ่งกีดขวางได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ป้ายไฟทางออกหนีไฟ (Exit Sign) จะทำหน้าที่เป็น “ป้ายสัญลักษณ์” เพื่อบอกทิศทางนำทางไปยังทางออกที่ปลอดภัย ซึ่งทั้งสองระบบนี้จำเป็นต้องทำงานสอดประสานกันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการอพยพ
แบตเตอรี่ของเครื่องไฟฉุกเฉินมีอายุการใช้งานกี่ปี และควรเปลี่ยนเมื่อใด
แบตเตอรี่สำรองที่อยู่ภายในเครื่องไฟฉุกเฉิน (เช่น แบบ Sealed Lead Acid หรือ Lithium) โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 – 5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในการติดตั้งและการบำรุงรักษา ผู้ดูแลอาคารควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่เมื่อสังเกตพบว่า โคมไฟไม่สามารถสำรองไฟส่องสว่างได้นานถึง 2 ชั่วโมงตามมาตรฐาน หรือเมื่อมีสัญญาณไฟแจ้งเตือนแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากระบบของตัวเครื่อง
สั่งซื้อ “ไฟฉุกเฉิน SUNNY” ทุกช่องทางจัดจำหน่ายได้แล้ววันนี้
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าจะช่วยคลายข้อสงสัยว่าระบบไฟฟ้าฉุกเฉินคืออะไร และทำให้ทุก ๆ คนรู้จักกับโคมไฟฟ้าฉุกเฉินกันมากขึ้น สามารถเลือกซื้อโคมไฟฟ้าฉุกเฉินมาใช้งานได้อย่างถูกประเภท คุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด อุปกรณ์ทุกรุ่นของ SUNNY มีคุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล พร้อมรับประกันครบทั้ง หลอดไฟ 10 ปี แผงวงจร 5 ปี และแบตเตอรี่ 4 ปี ให้คุณใช้งานได้อย่างสบายใจ ไม่ผิดหวังแน่นอน!
สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่
- ร้านค้า ShopeeMall บน Shopee
- ร้านค้า LazMall บน LAZADA
- ร้านค้า NocNoc บน NocNoc
- Line Official @SunnyThailand
- Email [email protected]
หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034



