ไฟฟ้าลัดวงจรเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดเพลิงไหม้ในอาคารบ้านเรือน สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล วันนี้ Sunny Emergency Light จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจว่าไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นได้อย่างไร พร้อมแนะนำวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยและห่างไกลจากอันตราย
ไฟฟ้าลัดวงจรคืออะไร
ไฟฟ้าลัดวงจร คือ ปรากฏการณ์ที่กระแสไฟฟ้าไหลผิดเส้นทาง โดยไม่ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องการใช้งาน ทำให้เกิดความร้อนสูงอย่างฉับพลันและอาจก่อให้เกิดประกายไฟ นำไปสู่การเกิดเพลิงไหม้ได้ในที่สุด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการชำรุดของฉนวนหุ้มสายไฟ การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ
ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดจากอะไร
การเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมีสาเหตุหลักมาจากสามองค์ประกอบสำคัญในระบบไฟฟ้า ได้แก่ สายไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งแต่ละส่วนล้วนมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการลัดวงจรได้หากขาดการดูแลที่เหมาะสม
เกิดจากสายไฟฟ้า
สายไฟที่เสื่อมสภาพ ฉนวนแตกหรือชำรุด รวมถึงการเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การพันสายไฟไม่แน่น การใช้สายไฟที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับปริมาณกระแสไฟฟ้า หรือการวางสายไฟในที่ที่มีความชื้นสูง ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ เช่น เต้ารับ เต้าเสียบ สวิตช์ไฟ หรือตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้จุดเชื่อมต่อหลวมหรือเกิดการสะสมของฝุ่นละออง นำไปสู่การเกิดความร้อนสูงและการลัดวงจร
เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานมานาน หรือได้รับความเสียหายจากการใช้งาน อาจมีการชำรุดของระบบวงจรภายใน นอกจากนี้ การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกินกำลังหรือต่อพ่วงกันมากเกินไป ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
ใช้คัตเอาต์ไฟฟ้าแบบเก่า
คัตเอาต์รุ่นเก่าที่ใช้เส้นลวดฟิวส์มักไม่มีกลไกตัดวงจรอัตโนมัติที่แม่นยำเหมือนเซอร์กิตเบรกเกอร์ หากใส่เส้นลวดฟิวส์ผิดขนาดหรือดัดแปลงใช้ลวดทองแดงแทน เมื่อเกิดกระแสไฟเกินสะสม ตัวสะพานไฟจะไม่ยอมตัดวงจร ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงจนหลอมละลายและปะทุเป็นประกายไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
ใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง
การเสียบปลั๊กพ่วงเพื่อใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังวัตต์สูงพร้อมกันในเต้ารับเดียว ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านวงจรเกินพิกัดที่สายไฟจะรองรับได้ ความร้อนสะสมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจะหลอมละลายฉนวนหุ้มสายไฟ จนแกนทองแดงแตะสัมผัสกันและก่อให้เกิดการลัดวงจรในที่สุด

วิธีป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร มีอะไรบ้าง
การป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรควรเริ่มจากการดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อตัดความเสี่ยงของการเกิดประกายไฟและอัคคีภัยตั้งแต่ต้นเหตุ ดังนี้
- ตรวจเช็กสภาพสายไฟและเต้ารับสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตสายไฟ สวิตช์ และเต้ารับเป็นประจำ หากพบรอยแตกร้าว ฉนวนกรอบ รอยไหม้ดำ หรือมีเสียงดังผิดปกติ ให้หยุดใช้งานและเปลี่ยนใหม่ทันทีโดยช่างไฟฟ้าผู้ชำนาญ
- หลีกเลี่ยงการเสียบปลั๊กพ่วงซ้อนกันเกินพิกัด ไม่ควรต่อพ่วงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินกำลังวัตต์สูงพร้อมกันในรางปลั๊กเดียว และควรเลือกใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์ตัดไฟในตัวและผ่านมาตรฐาน มอก. เพื่อป้องกันการเกิดความร้อนสะสม
- ติดตั้งตู้เบรกเกอร์และอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว (RCD) ควรเปลี่ยนจากสะพานไฟแบบเดิมมาติดตั้งเบรกเกอร์อัตโนมัติร่วมกับระบบตัดไฟรั่ว เพื่อให้ระบบตัดกระแสไฟฟ้าทันทีเมื่อเกิดเหตุไฟเกิน ไฟรั่ว หรือการลัดวงจรในเสี้ยววินาที
- ถอดปลั๊กอุปกรณ์ทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน การดึงเต้าเสียบออกจากเต้ารับหลังเลิกใช้งานช่วยตัดกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนในอุปกรณ์อย่างสมบูรณ์ ป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสะสมและลดความเสี่ยงจากไฟกระชากที่อาจทำลายวงจรภายใน
- จัดวางแนวสายไฟให้ห่างจากความชื้นและความร้อน หลีกเลี่ยงการวางสายไฟใกล้แหล่งน้ำ เตาแก๊ส หรือซ่อนไว้ใต้พรมที่มีคนเหยียบย่ำบ่อยครั้ง เพราะความชื้นและแรงกดทับจะเร่งให้ฉนวนหุ้มเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติจนแตะสัมผัสกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร
ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดจากสาเหตุใดบ่อยที่สุด
ไฟฟ้าลัดวงจรมักเกิดจากฉนวนหุ้มสายไฟชำรุดหรือเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ทำให้สายเส้นที่มีกระแสไฟ (Line) สัมผัสกับสายนิวทรัล (Neutral) โดยตรงโดยไม่ผ่านโหลด รวมถึงการเสียบปลั๊กพ่วงใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังวัตต์สูงพร้อมกันจนเกิดกระแสไฟเกินพิกัดและความร้อนสะสมสูง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่ากำลังจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
สัญญาณเตือนที่พบบ่อยคือแสงไฟกะพริบถี่ผิดปกติ เต้ารับหรือสวิตช์ไฟมีรอยเขม่าดำและรู้สึกอุ่นเมื่อสัมผัส ได้กลิ่นเหม็นไหม้คล้ายพลาสติกละลายขณะเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือมีเสียงเปรี๊ยะดังออกมาจากจุดต่อสายไฟ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบหยุดใช้งานและตัดกระแสไฟทันที
หากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนเริ่มมีประกายไฟ ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก
อันดับแรกต้องรีบตัดกระแสไฟฟ้าด้วยการสับคัตเอาต์หรือปลดเมนเบรกเกอร์ลงทันที และห้ามสาดน้ำลงบนจุดเกิดเหตุเด็ดขาดเนื่องจากน้ำเป็นตัวนำไฟฟ้า ให้ใช้ถังดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (Dry Chemical) หรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ($CO_2$) เข้าดับไฟเบื้องต้นก่อนโทรแจ้งสายด่วน 199
ทำไมช่วงฝนตกหนักจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรสูงขึ้น
เนื่องจากละอองฝนและความชื้นสูงสามารถรั่วซึมเข้าไปยังเต้ารับ โคมไฟ หรือรอยต่อสายไฟภายนอกอาคารที่ฉนวนชำรุด น้ำจะทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าจนเกิดการรั่วไหลข้ามวงจร นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ฟ้าผ่ายังทำให้เกิดคลื่นไฟกระชากแรงดันสูงที่สามารถทำลายแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์จนเกิดการลัดวงจรได้
ปลั๊กไฟส่งเสียงเปรี๊ยะหรือมีประกายไฟตอนเสียบ ถือว่าลัดวงจรหรือไม่
ประกายไฟเล็กน้อยในจังหวะเสียบปลั๊กอาจเกิดจากการอาร์กของกระแสไฟกระชากตามปกติ แต่หากมีเสียงเปรี๊ยะดังต่อเนื่อง มีกลิ่นไหม้ หรือขาปลั๊กหลวมคลอน แสดงว่าหน้าสัมผัสภายในเต้ารับเสื่อมสภาพและเกิดความร้อนสะสม ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปสู่การลัดวงจรและควรเปลี่ยนใหม่ทันที

สรุปบทความ
การรู้เท่าทันสาเหตุและหมั่นตรวจเช็กระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรไม่ให้ลุกลามสู่อัคคีภัยร้ายแรง และหากเกิดเหตุฉุกเฉินจนระบบไฟฟ้าหลักขัดข้อง การมีระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินที่พร้อมทำงานอัตโนมัติจะช่วยนำทางอพยพได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย พร้อมตอบโจทย์ความปลอดภัยด้วยผลิตภัณฑ์มาตรฐานสากล ทั้งโคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน และตู้ควบคุมสำหรับระบบไฟฉุกเฉิน สามารถเข้าชมและดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ได้เลย
สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่
- ร้านค้า ShopeeMall บน Shopee
- ร้านค้า LazMall บน LAZADA
- ร้านค้า NocNoc บน NocNoc
- Line Official @SunnyThailand
- Email [email protected]
หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคมไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034



