Skip to content

หม้อแปลงระเบิดเกิดจากอะไร แนะนำวิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุ

เหตุการณ์ไฟฟ้าดับกะทันหันที่มักเริ่มต้นด้วยเสียงดังสนั่นจนน่าตกใจ ส่วนใหญ่มีสาเหตุสำคัญมาจากภัยเงียบใกล้ตัวที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด วันนี้ Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย จะพาไปเจาะลึกไขข้อข้องใจว่าเหตุการณ์สุดวิสัยนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใด มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ควรเฝ้าระวังอย่างไร พร้อมแนะแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอย่างถูกต้องเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์วิกฤตนี้

หม้อแปลงระเบิดเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบการจ่ายพลังงานไฟฟ้า ทำหน้าที่ปรับลดแรงดันไฟฟ้าจากสายส่งแรงสูงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการใช้งานตามอาคารบ้านเรือน แม้ว่าอุปกรณ์ประเภทนี้จะถูกออกแบบและผลิตขึ้นภายใต้มาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยขั้นสูง แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีปัจจัยทั้งจากระบบภายในและสิ่งแวดล้อมภายนอกที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหม้อแปลงระเบิดขึ้นได้ โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่พบได้บ่อยครั้ง มีดังต่อไปนี้

1. การใช้งานเกินพิกัด (Overload)

นี่คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการระเบิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิภายนอกสูงขึ้นและมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าพร้อมกันเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ (Peak Load) เมื่อมีการดึงกระแสไฟฟ้าไปใช้งานสูงกว่าความสามารถที่หม้อแปลงจะรองรับได้เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมภายในอย่างรวดเร็ว ทำให้อุณหภูมิของน้ำมันหม้อแปลงพุ่งสูงจนแรงดันภายในเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และหากอุปกรณ์ป้องกันหลักอย่างดรอปเอาท์ฟิวส์ (Drop-out Fuse) เกิดความเสียหายชำรุดหรือทำงานผิดพลาดจนไม่สามารถตัดกระแสไฟได้ทัน ความดันก๊าซสะสมภายในตัวถังหม้อแปลงจะพุ่งสูงเกินกว่าโครงสร้างเหล็กจะรับไหวและระเบิดออกในที่สุด

2. ไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit)

การลัดวงจรสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากความบกพร่องภายในระบบขดลวดปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ และจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น สัตว์ขนาดเล็ก (อาทิ งู กระรอก นก หรือหนู) ปีนป่ายเข้าไปสัมผัสอุปกรณ์ที่มีแรงดันไฟฟ้าสูง หรือกิ่งไม้ขนาดใหญ่พาดโดนสายไฟแรงสูงจนเกิดการสปาร์กและลัดวงจรอย่างรุนแรง ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ตัวหม้อแปลงอย่างกะทันหันจนขดลวดละลายและน้ำมันหม้อแปลงติดไฟ

3. สภาพอากาศที่รุนแรงและภัยธรรมชาติ

ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก โดยเฉพาะเหตุการณ์พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ลมกระโชกแรงพัดกิ่งไม้หรือป้ายโฆษณามาทับสายไฟ และเหตุฟ้าผ่า (Lightning Strike) ที่ส่งผ่านแรงดันไฟฟ้าปริมาณมหาศาล (Surge) เข้าสู่ระบบอย่างกะทันหัน หากระบบสายดิน (Grounding System) หรืออุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกินจากฟ้าผ่า (Surge Arrester) ทำงานผิดปกติหรือชำรุด แรงดันที่พุ่งสูงนี้จะทำลายฉนวนกันความร้อนและทำให้เกิดการลัดวงจรภายในจนระเบิดตัวทันที

4. การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

หม้อแปลงไฟฟ้ามีอายุการใช้งานจำกัด (เฉลี่ยประมาณ 20-25 ปี) เมื่อผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน วัสดุภายในย่อมเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา โดยเฉพาะกระดาษฉนวนที่พันขดลวด และน้ำมันหม้อแปลงซึ่งทำหน้าที่ระบายความร้อนและเป็นฉนวนไฟฟ้า หากน้ำมันเกิดความชื้นสะสม มีตะกอน หรือทำปฏิกิริยากับออกซิเจนจนความสามารถในการเป็นฉนวนและระบายความร้อนลดลง จะทำให้หม้อแปลงสูญเสียเสถียรภาพและเกิดการลัดวงจรภายในได้ง่ายขึ้น

5. ขาดการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ

ตามมาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรม หม้อแปลงไฟฟ้าควรได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจวัดค่าความต้านทานของฉนวน กรองเศษตะกอนและตรวจสอบสภาพน้ำมันหม้อแปลงให้อยู่ในเกณฑ์ดี หากละเลยการซ่อมบำรุงตามรอบกำหนด อุปกรณ์ป้องกันตัวหม้อแปลงอาจเสื่อมสภาพและไม่ทำงานเมื่อเกิดสภาวะผิดปกติ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทวีความรุนแรงจนเกิดเหตุหม้อแปลงระเบิด

สัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด

อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักส่งสัญญาณล่วงหน้าเสมอ หากเราหมั่นสังเกตสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถรายงานเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุร้ายได้ทันเวลา

มีเสียงดังผิดปกติหรือเสียงอาร์ค (Arcing)

หากได้ยินเสียงหึ่ง ๆ ดังกว่าปกติ หรือเสียงสปาร์กคล้ายประกายไฟช็อต (Crackling/Arcing) ออกมาจากตัวหม้อแปลง นั่นแปลว่ากำลังมีความบกพร่องเกิดขึ้นกับฉนวนไฟฟ้าหรือขดลวดภายใน ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

มีประกายไฟ หรือควันลอยออกมาจากหม้อแปลง

หากพบเห็นควันไฟหรือประกายไฟสปาร์กบริเวณจุดเชื่อมต่อสายไฟ หรือฝาถังหม้อแปลงไฟฟ้า ถือเป็นสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤตที่บ่งชี้ว่าระบบกำลังลัดวงจรอย่างรุนแรงและอาจเกิดการระเบิดตามมาได้ในระยะเวลาอันสั้น

เกิดเหตุการณ์ไฟตก ไฟกระชากอย่างต่อเนื่องผิดปกติ

กระแสไฟฟ้าวูบวาบ หลอดไฟกะพริบถี่ ๆ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานติด ๆ ดับ ๆ โดยไม่มีสาเหตุจากภายในบ้าน มักเกิดจากแรงดันไฟฟ้าต้นทางมีความปั่นป่วน ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของตัวหม้อแปลงไฟฟ้าในบริเวณนั้น

วิธีรับมือเมื่อหม้อแปลงระเบิด

วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุหม้อแปลงระเบิด

เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต การมีสติและรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินให้ปลอดภัยจากอันตรายของไฟฟ้าแรงสูง

1. ตั้งสติ ออกห่างจากพื้นที่เกิดเหตุทันที

เมื่อได้ยินเสียงระเบิด สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ อย่าตื่นตระหนก และให้รีบเคลื่อนย้ายตัวเองรวมถึงคนรอบข้างออกจากพื้นที่ในระยะรัศมีอย่างน้อย 15-20 เมตร เนื่องจากอาจมีเศษวัสดุหรือน้ำมันร้อนจากหม้อแปลงกระเด็นใส่ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสเสาไฟหรือสายไฟที่ขาดตกลงมาบนพื้นดินอย่างเด็ดขาด

2. โทรแจ้งการไฟฟ้าฯ ทันที (MEA 1130 หรือ PEA 1129)

รีบติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อระงับการจ่ายกระแสไฟ โดยหากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้โทรแจ้งการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ที่เบอร์ 1130 ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ ให้โทรแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่เบอร์ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง

3. ห้ามเข้าใกล้และห้ามพยายามดับไฟด้วยตัวเองเด็ดขาด

หากเกิดเพลิงไหม้เนื่องจากน้ำมันหม้อแปลงรั่วไหล ห้ามใช้น้ำธรรมดาในการดับไฟโดยเด็ดขาด เนื่องจากน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะทำให้น้ำมันที่กำลังติดไฟกระจายตัวเป็นวงกว้าง ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่มีอุปกรณ์เคมีดับไฟเฉพาะทาง

4. สับคัตเอาต์หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

หลังจากเกิดเหตุหม้อแปลงระเบิดระบบไฟฟ้าในบ้านจะดับลง ควรทำการสับสวิตช์ประธาน (คัตเอาต์) หรือถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าหลัก ๆ ออกให้หมด เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงดันไฟฟ้ากระชากอย่างรุนแรงเมื่อช่างไฟทำการซ่อมแซมเสร็จและเปิดระบบจ่ายไฟฟ้ากลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง

รับมือสถานการณ์ไฟดับจากหม้อแปลงระเบิด ด้วยไฟฉุกเฉิน SUNNY

ผลกระทบทางตรงที่ต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทันทีที่เกิดเหตุคือ “ภาวะไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง” ซึ่งในบางกรณีที่ต้องเปลี่ยนตัวหม้อแปลงลูกใหม่อาจใช้ระยะเวลานานหลายชั่วโมง การปล่อยให้อาคารสำนักงาน โรงงาน หรือที่พักอาศัยตกอยู่ในความมืดมิด ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต เกิดอุบัติเหตุลื่นล้ม หรือยากต่อการอพยพผู้คนออกจากอาคารอย่างปลอดภัยเมื่อมีภัยแทรกซ้อน

ทำไมต้องเตรียมพร้อมด้วยไฟฉุกเฉิน SUNNY

การติดตั้งระบบสำรองแสงสว่างที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แบรนด์ SUNNY ได้มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยมาอย่างยาวนาน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเมื่อเกิดวิกฤตไฟดับกะทันหัน

  • ระบบสลับการทำงานอัตโนมัติรวดเร็ว: ทันทีที่ระบบไฟหลักดับลงเนื่องจากแรงดันไฟฟ้าขาดหายโคมไฟฉุกเฉินของ SUNNY จะทำงานและให้แสงสว่างทันทีภายในเศษเสี้ยววินาที ช่วยลดความตระหนกตกใจและป้องกันอันตรายได้ทันท่วงที
  • ความสว่างทนทานและปลอดภัย: ใช้แบตเตอรี่คุณภาพสูงลิขสิทธิ์เฉพาะที่มีอายุการใช้งานยาวนาน จ่ายกระแสไฟสม่ำเสมอ แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง และยังมีระบบป้องกันการใช้กระแสไฟฟ้าเกินขนาดและการคายประจุลึกเพื่อป้องกันแบตเตอรี่ชำรุดเสียหาย
  • ช่วยชี้ทางออกเมื่อเกิดเหตุร้าย: นอกจากโคมไฟเพิ่มแสงสว่างแล้ว การติดตั้งป้ายทางออกหนีไฟที่ทำงานด้วยระบบสแตนด์บายพลังงานสำรองของ SUNNY จะช่วยนำทางผู้คนไปยังจุดปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบแม้อยู่ในมุมมืดหรือมีควันไฟบดบัง

คำถามที่พบบ่อยเมื่อเกิดเหตุหม้อแปลงระเบิด

หม้อแปลงระเบิดโทรแจ้งใคร

สามารถโทรศัพท์แจ้งเหตุเพื่อตัดการจ่ายกระแสไฟได้ทันที โดยโทรแจ้งการไฟฟ้านครหลวงที่เบอร์สายด่วน 1130 (สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) หรือโทรแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่เบอร์สายด่วน 1129 (สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ) ตลอด 24 ชั่วโมง

หม้อแปลงระเบิดไฟดับนานแค่ไหน

ระยะเวลาในการแก้ไขขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของตัวหม้อแปลงและระบบสายส่ง หากเป็นเพียงฟิวส์ขาดจากการลัดวงจรทั่วไปอาจใช้เวลาซ่อมแซมประมาณ 1-3 ชั่วโมง แต่ในกรณีที่ตัวถังหม้อแปลงพังเสียหายรุนแรงจนต้องนำหม้อแปลงลูกใหม่มาติดตั้งทดแทน อาจต้องใช้ระยะเวลาปฏิบัติงานนานถึง 6-12 ชั่วโมงขึ้นไป

ใครรับผิดชอบความเสียหาย เมื่อหม้อแปลงระเบิดทำให้ทรัพย์สินพัง

หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเกิดจากความบกพร่องในระบบส่งจ่ายหรืออุปกรณ์ของการไฟฟ้าฯ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรวบรวมหลักฐานความเสียหายยื่นเรื่องร้องเรียนและเรียกร้องค่าชดเชยเยียวยาจากทางหน่วยงานการไฟฟ้าในพื้นที่ได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

น้ำมันจากหม้อแปลงระเบิดอันตรายไหม

น้ำมันหม้อแปลงจัดเป็นสารเคมีอันตรายประเภทหนึ่งที่มีจุดวาบไฟสูงและไวต่อการติดไฟเมื่อมีความร้อนสูง หากสัมผัสถูกผิวหนังโดยตรงอาจเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง และควันดำจากการเผาไหม้ยังมีสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ จึงไม่ควรเข้าใกล้หรือสูดดมไอระเหยเหล่านั้นโดยเด็ดขาด

สรุปเกี่ยวกับหม้อแปลงระเบิด

สรุปบทความ

สรุปแล้วภัยพิบัติทางไฟฟ้าจากระบบจ่ายไฟเป็นสิ่งที่เราไม่อาจคาดเดาเวลาเกิดล่วงหน้าได้ ทว่าการเรียนรู้วิธีการเตรียมรับมือที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันความสูญเสียต่อทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่ง Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย ตระหนักถึงเรื่องนี้ดีและพร้อมให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยมาตรฐานสากล ทั้งโคมไฟฉุกเฉิน ป้ายทางออกหนีไฟ และตู้ควบคุมระบบไฟฉุกเฉินคุณภาพสูงที่ช่วยเสริมความปลอดภัยให้สมบูรณ์แบบ ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ได้เลยเพื่อความมั่นใจในทุกสถานการณ์

สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่

หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034