Skip to content

รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการอพยพหนีไฟในอาคาร

ขั้นตอนอพยพหนีไฟในอาคาร ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร

“อัคคีภัย” เป็นหนึ่งในภัยที่ต้องเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ขึ้นแล้ว ถ้าไม่มีมาตรการรับมือที่ดี ก็อาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตได้ เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไฟไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Sunny Emergency Light ได้รวมเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับอพยพหนีไฟมาให้แล้ว จะต้องซ้อมปีละกี่ครั้ง? เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ควรทำอย่างไร? ขั้นตอนการอพยพหนีไฟมีอะไรบ้าง? อ่านได้เลยที่บทความนี้

9 ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในอาคาร

7 ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในอาคาร

เพื่อให้คุณสามารถอพยพหนีไฟในอาคารได้อย่างเหมาะสม Sunny Emergency Light ได้สรุป 9 ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในอาคารสูงฉบับเข้าใจง่ายมาให้แล้ว ตามไปดูกันเลย

1. ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก และอพยพตามแผน

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมสติของตนเองไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เพราะความตื่นตระหนกอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ จากนั้นให้เริ่มทบทวนและปฏิบัติตามแผนการอพยพหนีไฟที่เคยได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อันตรายเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และลดความสับสนวุ่นวายให้ได้มากที่สุด

2. เชื่อฟังและปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย อาสาสมัคร หรือพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำอาคาร ล้วนผ่านการฝึกอบรมการรับมือเหตุฉุกเฉินมาเป็นอย่างดี ดังนั้นในขณะเกิดเหตุควรตั้งใจฟังเสียงประกาศและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางการทำงานของทีมช่วยเหลือ เพื่อให้การอพยพคนหมู่มากเป็นไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

3. รีบเก็บของมีค่าลงลิ้นชัก หรือทิ้งสัมภาระหากจวนตัว

หากเหตุการณ์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและพอมีเวลา ให้รีบเก็บของมีค่าขนาดเล็กหรือเอกสารสำคัญลงลิ้นชักแล้วล็อคให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกโจรกรรม แต่หากประเมินแล้วว่าไฟกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วหรือเริ่มมีควันหนาแน่น ให้ทิ้งทรัพย์สินทั้งหมดทันที เพราะชีวิตและความปลอดภัยของตัวคุณเองคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสถานการณ์นี้

4. มุ่งสู่บันไดหนีไฟด้วยการเดินเร็ว ห้ามวิ่ง ห้ามย้อนกลับ

การเคลื่อนที่ไปยังทางออกฉุกเฉินควรใช้วิธีการเดินจ้ำให้เร็วที่สุด ห้ามวิ่งโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการสะดุดล้มหรือชนกับผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้เกิดการล้มทับและเหยียบกันจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ห้ามเดินย้อนกลับไปเอาของที่ลืมไว้ และห้ามถือสัมภาระชิ้นใหญ่พะรุงพะรัง เพราะจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของทั้งตนเองและผู้ร่วมอพยพคนอื่นๆ

5. ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก และหมอบคลานต่ำหลบเลี่ยงควันไฟ

ควันไฟและก๊าซพิษคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ ดังนั้นควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดจมูกและปากเพื่อกรองควันพิษเบื้องต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหมอบคลานต่ำหรือย่อตัวให้ใกล้ระดับพื้นมากที่สุด เพราะก๊าซพิษและควันที่มีความร้อนจะลอยขึ้นสู่ที่สูง ส่วนอากาศบริสุทธิ์จะเหลืออยู่บริเวณเหนือพื้นดินในระดับไม่เกิน 1 ฟุต

6. เดินลงบันไดหนีไฟเรียงคู่ จับราวให้มั่น และงดใช้เสียง

เมื่อเข้าสู่บันไดหนีไฟได้แล้ว ให้จัดระเบียบการเดินโดยเรียงหน้ากระดานไม่เกิน 2 คนต่อขั้นบันได และจับราวบันไดไว้เสมอเพื่อป้องกันการลื่นล้ม ห้ามผลัก เบียด หรือแซงกันโดยเด็ดขาด ควรงดการพูดคุยส่งเสียงดัง งดการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือล้วงกระเป๋า เพื่อให้ทุกคนมีสมาธิกับการก้าวเดินและพร้อมช่วยเหลือหากมีคนสะดุดล้ม

7. ผู้ที่ออกจากชั้นเป็นคนสุดท้าย ต้องปิดประตูหนีไฟให้สนิท

ประตูหนีไฟถูกออกแบบมาให้เป็นประตูทนความร้อนและสามารถป้องกันควันไฟได้ ดังนั้นผู้ที่เดินออกจากชั้นนั้นๆ เป็นคนสุดท้ายจะต้องดึงประตูให้ปิดสนิทตามหลังเสมอ การปิดประตูจะช่วยบล็อกไม่ให้ควันไฟและเปลวเพลิงลามเข้าไปในช่องบันไดหนีไฟ ทำให้ผู้ที่กำลังอพยพอยู่ด้านในสามารถหายใจและเดินลงสู่ชั้นล่างได้อย่างปลอดภัย

8. เมื่อถึงชั้นล่าง ให้ออกไปรวมตัวที่จุดรวมพลทันที

เมื่อลงมาถึงชั้นล่างหรือทางออกสุดท้ายแล้ว ห้ามหยุดยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่บริเวณหน้าอาคารหรือหน้าประตูทางออกโดยเด็ดขาด ให้รีบเดินตรงไปยัง “จุดรวมพล” (Assembly Point) ที่ได้กำหนดไว้ตามแผนอพยพของอาคารทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเช็คยอดจำนวนคน และตรวจสอบได้ว่ามีใครยังคงติดค้างอยู่ภายในอาคารหรือไม่

9. หากไฟลามติดเสื้อผ้า ให้หยุด ทิ้งตัว และกลิ้ง

ในกรณีฉุกเฉินที่เปลวไฟกระเด็นมาติดเสื้อผ้า ห้ามวิ่งอย่างเด็ดขาดเพราะกระแสลมจะยิ่งทำให้ไฟลุกโชนรุนแรงขึ้น ให้ใช้หลักการ “หยุด ทิ้งตัว และกลิ้ง” (Stop, Drop, and Roll) โดยรีบนอนราบลงกับพื้น เอามือปิดหน้าป้องกันเปลวไฟ แล้วกลิ้งตัวไปมาทับบริเวณที่ไฟลุกจนกว่าไฟจะดับสนิท หรือหากสามารถถอดเสื้อผ้าชิ้นนั้นออกได้ทันทีก็ให้รีบถอดทิ้งโดยเร็ว

สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่อพยพหนีไฟ

สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะที่อพยพหนีไฟ มีดังนี้

  • ไม่หนีเข้าไปอยู่บริเวณจุดอับอาคาร เช่น ห้องใต้ดิน เพราะยากต่อการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่
  • ไม่หนีเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ เพราะปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการดับไฟ
  • ไม่หนีขึ้นไปชั้นบน หรือดาดฟ้าของอาคาร เพราะไฟจะลุกลามจากชั้นล่างขึ้นอยู่ชั้นบน ยกเว้นจะไม่สามารถอพยพหนีไฟไปชั้นล่างได้
  • ไม่ใช้ลิฟต์ในการอพยพหนีไฟโดยเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ไฟฟ้าจะดับ ทำให้ติดค้างภายในลิฟต์ และขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตได้

ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับการซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

การเกิดเหตุไฟไหม้ถือเป็นปัญหาร้ายแรงของโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอาคารต่าง ๆ เนื่องจากตึกเหล่านี้มักมีเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้า หรืออุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่ง่ายต่อการเกิดไฟไหม้ และลุกลามอย่างรวดเร็ว การซ้อมอพยพหนีไฟจึงเป็นสิ่งที่พนักงาน หรือผู้ใช้อาคารทุกคนไม่ควรเลยละเลย เพื่อที่จะได้รู้ว่า เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ต้องรับมืออย่างไร และหลบหนีไปในทิศทางใดให้รอดปลอดภัย และลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

ควรซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟปีละกี่ครั้ง

ควรซ้อมอพยพหนีไฟปีละกี่ครั้ง

ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการ ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ระบุไว้ว่า นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรจัดการอบรมดับเพลิงและซ้อมอพยพหนีไฟทุก 6 เดือน เพื่อให้พนักงานมีความคุ้นเคยกับขั้นตอนการอพยพ และเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบและอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอ

ข้อกำหนดของการอบรมดับเพลิงขั้นต้นตามกฎหมาย

ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 มีข้อกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการอบรมดับเพลิงขั้นต้นตามกฎหมายแก่ลูกจ้างตามเงื่อนไขดังนี้

  1. สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีการอบรมดับเพลิงขั้นต้น
  2. ต้องจัดให้มีผู้ที่ได้รับการอบรมดับเพลิงขั้นต้นตามกฎหมายอย่างน้อย 40% ของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน
  3. สำหรับอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ต้องจัดให้มีการซ้อมอพยพหนีไฟตามกฎหมายควบคุมอาคาร โดยต้องจัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีคนผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้นอย่างน้อย 1 คนต่อพื้นที่อาคาร 1,000 ตารางเมตร
  4. เนื้อหาการอบรมต้องประกอบด้วยทฤษฎีไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง
  5. หลักสูตรการอบรมต้องครอบคลุมเรื่องดังนี้
    • ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้และการแพร่กระจายของไฟ
    • การป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้น
    • การใช้อุปกรณ์ดับเพลิงประเภทต่างๆ
    • แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
    • การอพยพหนีไฟ

ขั้นตอนการซ้อมอพยพหนีไฟให้มีประสิทธิภาพ

การซ้อมอพยพหนีไฟให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมการอย่างเป็นระบบ โดยต้องกำหนดขั้นตอนและผู้รับผิดชอบในแต่ละส่วนให้ชัดเจน เพื่อให้การซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

  • จัดตั้งทีมผู้รับผิดชอบและกำหนดบทบาทหน้าที่
  • จัดทำแผนอพยพหนีไฟและแผนผังเส้นทางหนีไฟ
  • ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงให้พร้อมใช้งาน
  • อบรมให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดับเพลิงและการอพยพ
  • กำหนดจุดรวมพลและเส้นทางอพยพที่ชัดเจน
  • ซักซ้อมขั้นตอนการแจ้งเหตุและการประสานงาน
  • ทำการประเมินผลและปรับปรุงแผนการซ้อมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ควรทำอย่างไร?

เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น สิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องทำก็คือการตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก และประเมินสถานการณ์เบื้องต้นให้ดี หลังจากนั้นให้พิจารณาว่าควรทำอย่างไรถึงจะเหมาะสมที่สุด

  • กรณีที่เพลิงไหม้เล็กน้อย : ให้ใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่มีอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่น ถังดับเพลิง หรือสายฉีดน้ำดับเพลิง ทำการดับไฟทันที พร้อมแจ้งผู้รับผิดชอบหรือหัวหน้างานให้ทราบ หากไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ภายใน 3 นาที ให้เริ่มแผนอพยพทันที

กรณีที่เพลิงไหม้รุนแรง : ให้ตะโกนบอก หรือกดสัญญาณเตือนแจ้งให้ผู้อื่นทราบ รีบอพยพหนีไฟออกจากอาคาร และโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาควบคุมเพลิง 199 ถ้าไม่ร้อน ให้เปิดประตูออกช้า ๆ แล้วอพยพไปตามเส้นทางหนีไฟ แต่ถ้ามีความร้อนสูง ห้ามเปิดประตูออกไป (เพราะอยู่ในวงล้อมของเพลิงไหม้) ให้ใช้ผ้าหนา ๆ ชุบน้ำอุดตามช่องที่ควันไฟลอยเข้ามาได้ ปิดพัดลมระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศ แล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบถึงตำแหน่ง เพื่อที่จะได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

โคมไฟฉุกเฉิน SG SUNNY

จะเห็นได้ว่า การติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน สามารถให้แสงสว่างฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ได้ตามปกติ และติดตั้งป้ายไฟทางออกฉุกเฉินที่มีสัญลักษณ์คมชัด สังเกตเห็นได้ง่าย เพื่อนำทางให้ผู้ใช้อาคารไปยังบันไดหนีไฟ หรือทางออกฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด เป็นส่วนหนึ่งในระบบความปลอดภัยในอาคารที่มีความสำคัญอย่างมาก และเจ้าของอาคารไม่ควรละเลย ถ้าหากคุณไม่รู้จะใช้โคมไฟฉุกเฉินยี่ห้อไหนดี เราขอแนะนำโคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SG ของ SUNNY ที่มาพร้อมกับระบบ Auto Check สามารถตรวจสอบการทำงานของตัวเครื่องได้อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่,​ หลอดไฟ, ฟิวส์, วงจรแสงสว่าง และระบบการชาร์จแบตเตอรี่ ช่วยให้คุณมั่นใจได้เลยว่า เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้จนทำให้ไฟฟ้าดับ จะมีแสงสว่างฉุกเฉินให้เห็นทัศนียภาพชัดเจนอย่างแน่นอน!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอพยพหนีไฟในอาคาร

สัญญาณเตือนไฟไหม้มีกี่แบบ และควรทำอย่างไรเมื่อได้ยินเสียง

สัญญาณเตือนไฟไหม้ในอาคารส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Alert) มักเป็นเสียงกริ่งสั้นๆ หรือเสียงประกาศให้เตรียมพร้อม และ สัญญาณอพยพ (Evacuate) ซึ่งจะเป็นเสียงกริ่งยาวต่อเนื่องหรือเสียงไซเรน เมื่อได้ยินสัญญาณอพยพให้หยุดกิจกรรมทุกอย่าง ตั้งสติ และรีบออกจากพื้นที่ไปยังจุดรวมพลโดยใช้บันไดหนีไฟทันที

ทำไมถึงห้ามใช้ลิฟต์ขณะเกิดเพลิงไหม้เด็ดขาด

การใช้ลิฟต์ขณะเกิดเพลิงไหม้อันตรายมาก เพราะเมื่อเกิดไฟไหม้ ระบบไฟฟ้าในอาคารจะถูกตัดหรือเกิดการลัดวงจร ทำให้ลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างชั้น ผู้ที่อยู่ในลิฟต์จะติดกับดักและเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจจากควันไฟที่ลอยเข้าไปในปล่องลิฟต์ นอกจากนี้ เซ็นเซอร์ประตูลิฟต์อาจเปิดออกในชั้นที่มีไฟไหม้รุนแรง ทำให้ผู้โดยสารได้รับอันตรายถึงชีวิตได้

หากติดอยู่ในห้องและไม่สามารถหนีออกมาได้ ควรเอาตัวรอดอย่างไร

หากเปิดประตูไม่ได้เพราะมีความร้อนสูง หรือควันไฟด้านนอกหนาแน่นเกินไป ให้ปิดประตูให้สนิท นำผ้าขนหนูหรือเสื้อผ้าชุบน้ำมาอุดตามซอกประตูและช่องแอร์เพื่อป้องกันควันไฟลอยเข้ามา ปิดแอร์และพัดลมระบายอากาศ จากนั้นโทรแจ้ง 199 หรือผู้ดูแลอาคาร แจ้งตำแหน่งห้องที่ชัดเจน และไปรอที่ริมหน้าต่าง โบกผ้าสีสว่าง หรือใช้ไฟฉายส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมองเห็น

อุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดบ้านหรือออฟฟิศเพื่อรับมือเหตุไฟไหม้มีอะไรบ้าง

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรมีอุปกรณ์พื้นฐานเตรียมพร้อมไว้ ได้แก่ ถังดับเพลิงเคมีแห้ง (ควรตรวจเช็กสภาพทุกปี), เครื่องตรวจจับควันไฟ (Smoke Detector), และที่ขาดไม่ได้คือ โคมไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) และ ป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน เพื่อให้แสงสว่างนำทางในกรณีที่ระบบไฟฟ้าถูกตัด ซึ่งจะช่วยให้อพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วขึ้น

สรุปเรื่องการอพยพหนีไฟและการซ้อมดับเพลิง

จะเห็นได้ว่า การซ้อมอพยพหนีไฟเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะจะช่วยให้เรารู้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ขึ้น สิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนที่ไม่ควรทำ ต้องหลบหนีไปยังเส้นทางใดเพื่อที่จะได้อพยพออกมาจากอาคารอย่างปลอดภัย ถ้าหากคุณต้องไปทำงานในสถานที่ใหม่ ๆ ก็อย่าลืมที่จะศึกษาเส้นทางหนีไฟและซ้อมอพยพหนีไฟกับอาคารนั้น ๆ เพราะไม่มีใครรู้เลยว่าจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ตอนไหน การเตรียมพร้อมรับมือตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนั่นเอง

สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่

หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโคมไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034

บทความใกล้เคียง

ความส่องสว่างเพื่อการหนีไฟ

มาตรฐานเรื่องค่าของแสง พื้นที่แต่ละพื้นที่ในอาคารจะต้องมีค่าความสว่างเท่าไหร่ตามข้อกำหนด ในกรณีที่ระบบจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องให้มีระดับความส่องสว่างขั้นต่ำ เพื่อให้หาทางออกได้อย่างปลอดภัยดังนี้

Read More »

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง ใช้สำหรับเดินจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินส่วนกลางไปยังโคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ในอาคารใหญ่ อาคารใหญ่พิเศษ หรือ

Read More »