Skip to content

สดุกันไฟมีกี่ประเภท เลือกอย่างไรให้ตึกปลอดภัยจากไฟไหม้

วัสดุกันไฟมีกี่ประเภท

การวางระบบป้องกันอัคคีภัยในอาคารที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ระบบดับเพลิงแบบเชิงรับอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเลือกใช้วัสดุกันไฟ หรือ Passive Fire Protection ก็เป็นหัวใจสำคัญในการช่วยชะลอการลุกลามของเปลวไฟและกักเก็บควันพิษ เพื่อเพิ่มเวลาอันมีค่าให้กับผู้ใช้อาคารในการอพยพได้อย่างปลอดภัย วันนี้ Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย จะมาอธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับประเภทของวัสดุกันไฟคุณสมบัติเด่น และหลักการเลือกใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดให้กับทุกอาคาร

วัสดุกันไฟคืออะไร

วัสดุกันไฟ คือ วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานความร้อนและการกัดเซาะของเปลวไฟโดยเฉพาะ โดยมีหน้าที่หลักคือการควบคุม ไม่ให้เพลิงไหม้แพร่กระจายจากจุดกำเนิดไปยังส่วนอื่นๆ ของอาคารตามกรอบเวลาที่กำหนด (Fire Rating)

ในงานวิศวกรรมการก่อสร้างวัสดุกันไฟถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Passive Fire Protection ซึ่งแตกต่างจาก Active Fire Protection เช่น สปริงเกอร์ หรือระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ความสำคัญของวัสดุกันไฟตามกฎหมายควบคุมอาคารนั้น ไม่เพียงแต่อนุรักษ์โครงสร้างหลักของอาคารไม่ให้พังทลายลงมาจากความร้อนสูง แต่ยังช่วยจำกัดพื้นที่ของควันพิษและความร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเหตุการณ์อัคคีภัย การติดตั้งวัสดุกันไฟอย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล จึงเป็นข้อบังคับที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับอาคารสูง อาคารสาธารณะ และโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่

เจาะลึกวัสดุกันไฟมีกี่ประเภท

การแบ่งประเภทของวัสดุกันไฟสามารถพิจารณาตามลักษณะการใช้งานและรูปแบบวัสดุ ซึ่งถูกจัดกลุ่มหลักๆ ออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

1. แผ่นผนังและฝ้ากันไฟ (Fire-Resistant Boards)

เป็นวัสดุกันไฟที่ใช้อย่างแพร่หลายในการกั้นห้อง แยกโซนความเสี่ยง หรือทำฝ้าเพดานเพื่อป้องกันไฟขึ้นสู่ชั้นบน มีคุณสมบัติเด่นในการอมความร้อนต่ำและไม่ลามไฟ

  • แผ่นยิปซัมกันไฟ: มีการเพิ่มส่วนผสมของใยแก้ว (Glass Fiber) และสารทนไฟในเนื้อยิปซัม ช่วยให้แผ่นคงรูปได้นานเมื่อโดนความร้อน
  • แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์และร็อกวูล (Rockwool): เส้นใยหินธรรมชาติที่สามารถทนอุณหภูมิได้สูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ไม่ปล่อยควันพิษ และเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีเยี่ยม

2. โฟมและซีลแลนท์อุดรอยต่อกันไฟ (Firestop Foam & Sealants)

เมื่อมีการเดินท่อสายไฟ ท่อน้ำ หรือช่องชาร์ต (Shaft) ผ่านผนังและพื้น จะเกิดช่องว่างที่ไฟและควันสามารถลอดผ่านได้ จึงต้องใช้วัสดุกันไฟประเภทอุดรอยต่อ

  • Firestop Sealant / Acrylic: ยืดหยุ่นได้ดี ใช้ขยายตัวปิดช่องว่างเมื่อเจอความร้อนสูง ช่วยบล็อกควันพิษและความร้อน
  • PU Foam กันไฟ: โฟมโพลียูรีเทนชนิดพิเศษที่ไม่ติดไฟ ใช้สำหรับฉีดอุดช่องว่างขนาดใหญ่ในงานสถาปัตยกรรม

3. สีทากันไฟ (Intumescent Paint)

วัสดุกันไฟรูปแบบเคมีภัณฑ์ที่นิยมทาเคลือบโครงสร้างเหล็ก เมื่อสีทากันไฟสัมผัสกับความร้อนสูงจากเปลวไฟ เนื้อสีจะเกิดปฏิกิริยาพองตัวขยายชั้นโฟมฉนวนหนาขึ้นหลายสิบเท่า ทำหน้าที่ฉนวนกันความร้อนไม่ให้ส่งผ่านไปยังเนื้อเหล็ก ช่วยชะลอการเสียรูปทรงและการพังทลายของโครงสร้างอาคารได้ 1-2 ชั่วโมง

4. ประตูและกระจกกันไฟ (Fire Doors & Glass)

เป็นส่วนประกอบของผนังกันไฟที่ช่วยแยกกั้นโซนหนีไฟ (Fire Compartment)

  • ประตูทนไฟ: ผลิตจากเหล็กกล้าบุฉนวนกันความร้อนภายใน พร้อมติดตั้งซีลกันควันรอบขอบประตู
  • กระจกกันไฟ: กระจกชนิดพิเศษหลายชั้นที่มีเลเยอร์เจลทนไฟ ช่วยให้มองเห็นทัศนวิสัยด้านนอกได้แต่ต้านทานความร้อนและเปลวไฟได้สูง
วิธีการเลือกใช้งานวัสดุกันไฟ

วิธีการเลือกใช้งานวัสดุกันไฟให้ถูกต้องและปลอดภัย

การเลือกใช้วัสดุให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบค่าการทนไฟ (Fire Resistance Rating): ต้องเลือกวัสดุกันไฟที่มีระยะเวลาการทนไฟเหมาะสมกับพื้นที่ เช่น 1 ชั่วโมง, 2 ชั่วโมง หรือ 4 ชั่วโมง ตามข้อกำหนดของประเภทอาคาร
  2. มาตรฐานการทดสอบสากล: วัสดุต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานอัคคีภัยที่เป็นยอมรับ เช่น ASTM E119, BS 476 หรือ ISO 834 เพื่อยืนยันประสิทธิภาพการใช้งานจริง
  3. ติดตั้งถูกวิธีโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ: แม้วัสดุกันไฟจะมีคุณภาพสูง แต่หากติดตั้งผิดวิธี เช่น อุดรอยต่อไม่สมบูรณ์ ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพการกันไฟลดลงอย่างมาก

ยกระดับความปลอดภัยครบวงจร เมื่อวัสดุกันไฟทำงานร่วมกับระบบไฟฉุกเฉิน

ในการวางแผนความปลอดภัยจากอัคคีภัย การใช้วัสดุเพื่อหน่วงเวลาอย่างวัสดุกันไฟถือเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความปลอดภัยทั้งหมด เพราะเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จริง ระบบไฟฟ้าหลักของอาคารมักจะตัดทำงานทันที ส่งผลให้เกิดความมืดมิดและควันปกคลุมพื้นที่

สิ่งสำคัญที่จะนำพาผู้ใช้อาคารออกจากพื้นที่อันตรายได้ทันเวลาก็คือ ระบบแสงสว่างฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ โดยโคมไฟฉุกเฉินจะทำหน้าที่ให้ความสว่างในเส้นทางเดินทันทีที่ไฟดับ ในขณะที่ป้ายทางออกหนีไฟจะช่วยนำทางและระบุทิศทางออกที่ปลอดภัยที่สุด การทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างวัสดุกันไฟที่หน่วงไฟไว้ กับระบบไฟฉุกเฉินที่นำทาง จึงเป็นโซลูชันการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินที่สมบูรณ์แบบที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัสดุกันไฟและการป้องกันอัคคีภัย

วัสดุกันไฟ (Fire-Resistant) กับ วัสดุไม่ลามไฟ (Flame-Retardant) แตกต่างกันอย่างไร

วัสดุกันไฟคือวัสดุที่สามารถต้านทานความร้อนและคงสภาพโครงสร้างได้โดยไม่พังทลายตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนวัสดุไม่ลามไฟ คือวัสดุที่ติดไฟได้ยากขึ้นเมื่อสัมผัสเปลวไฟ และจะดับลงได้เองเมื่อนำแหล่งไฟออก แต่ไม่ได้ช่วยกักเก็บความร้อนหรือบล็อกไฟในระยะยาว

วัสดุกันไฟสามารถทนไฟได้นานแค่ไหน

ระยะเวลาในการทนไฟขึ้นอยู่กับประเภทและมาตรฐานของวัสดุกันไฟชนิดนั้นๆ โดยทั่วไปมีตั้งแต่ 30 นาที, 1 ชั่วโมง, 2 ชั่วโมง ไปจนถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งต้องเลือกใช้ให้สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคารของพื้นที่นั้นๆ

นอกจากวัสดุกันไฟแล้ว สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในเส้นทางหนีไฟคืออะไร

คือระบบไฟแสงสว่างฉุกเฉินและป้ายบอกทางหนีไฟ เพราะเหตุเพลิงไหม้มักเกิดกลุ่มควันหนาแน่นและไฟดับ การมีป้ายบอกทางสว่างชัดเจนจะช่วยส่องสว่างนำทางให้อพยพออกจากอาคารได้ทันเวลา

แผ่นยิปซัมธรรมดา สามารถใช้แทนแผ่นยิปซัมกันไฟได้ไหม

ไม่สามารถใช้แทนกันได้ เนื่องจากแผ่นยิปซัมกันไฟมีการผสมใยแก้วและสารทนไฟพิเศษ ช่วยให้แผ่นคงรูปได้นานเมื่อถูกความร้อนสูง ในขณะที่แผ่นธรรมดาจะแตกร้าวและพังทลายลงมาในเวลาอันสั้น

สรุปบทความวัสดุกันไฟ

สรุปบทความ

การเลือกใช้วัสดุกันไฟที่ได้มาตรฐานถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการหน่วงการลุกลามของไฟ แต่เพื่อให้ระบบความปลอดภัยสมบูรณ์แบบ การเตรียมพร้อมเส้นทางอพยพในสภาวะวิกฤตก็สำคัญไม่แพ้กัน Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย พร้อมให้บริการด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยคุณภาพสูง ทั้ง โคมไฟฉุกเฉิน ที่ส่องสว่างทันทีเมื่อไฟดับ ป้ายทางออกหนีไฟ ที่มองเห็นได้ชัดเจน และตู้ควบคุมระบบไฟฉุกเฉินมาตรฐานสากล สามารถเข้ามาดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ได้เลยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของอาคารคุณ

สนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จาก SUNNY ได้ที่

หรือเลือกซื้อสินค้าผ่านร้านโมเดิร์นเทรดอย่าง ไทวัสดุ โฮมโปร เมกะโฮม Bean & Beyond หรือ ตัวแทนจำหน่ายไฟฉุกเฉิน SUNNY ใกล้บ้านคุณ และหากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฟฉุกเฉิน และอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถติดต่อเราได้ที่ 02-378-1034

บทความใกล้เคียง

ความส่องสว่างเพื่อการหนีไฟ

มาตรฐานเรื่องค่าของแสง พื้นที่แต่ละพื้นที่ในอาคารจะต้องมีค่าความสว่างเท่าไหร่ตามข้อกำหนด ในกรณีที่ระบบจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องให้มีระดับความส่องสว่างขั้นต่ำ เพื่อให้หาทางออกได้อย่างปลอดภัยดังนี้

Read More »

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง ใช้สำหรับเดินจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินส่วนกลางไปยังโคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ในอาคารใหญ่ อาคารใหญ่พิเศษ หรือ

Read More »