Skip to content

Articles

การติดตั้งไฟฉุกเฉินที่ถูกต้องในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม

แนะนำมาตรฐานติดตั้งไฟฉุกเฉิน สำหรับอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม

ไฟฉุกเฉิน หรือ Emergency Light คืออุปกรณ์ให้แสงสว่างในอาคารเมื่อเกิดเหตุไฟดับ ไฟไหม้ หรือสภาพการมองเห็นต่ำ ซึ่งจะส่องสว่างทันทีหลังจากไฟดับ ทำงานโดยอาศัยไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สำรอง นอกจากการติดตั้งไฟฉุกเฉินจะให้ความสว่างกรณีไฟฟ้าดับแล้ว ยังเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานไฟฉุกเฉินที่ต้องยึดถือปฏิบัติตามอีกด้วย โดยเฉพาะในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม การติดตั้งไฟฉุกเฉินสำคัญอย่างไร การติดตั้งไฟฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญ สามารถช่วยให้ผู้คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถมองเห็น และอพยพออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ข้อกฎหมายได้มีการกำหนดเป็นมาตรฐานของอุปกรณ์ไฟฉุกเฉิน รวมถึงด้วยตำแหน่งที่ควรติดตั้งไฟฉุกเฉิน ดังนี้ ข้อกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานติดตั้งไฟฉุกเฉิน ข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานติดตั้งไฟฉุกเฉิน กำหนดไว้ดังนี้ ตำแหน่งที่ควรติดตั้งไฟฉุกเฉิน การติดตั้งไฟฉุกเฉินตามมาตรฐาน ควรติดตั้งสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยติดตั้งในตำแหน่งเส้นทางหนีภัย เช่น ประตูทางออก ทางแยก ทางเลี้ยว พื้นต่างระดับ บันไดเลื่อนและทางเลื่อน จุดรวมพลเพื่อการหนีภัยภายในอาคาร ดาดฟ้าและบริเวณพื้นที่รอการหนีภัยทางอากาศ และพื้นที่อื่น ๆ เช่น ห้องน้ำ พื้นที่เปิดโล่งภายในอาคาร จุดติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง พื้นที่อันตรายเช่นห้องไฟฟ้าเครื่องกล ฯลฯ การพิจารณาเลือกซื้อไฟฉุกเฉินควรเลือกจากอะไร การเลือกซื้ออุปกรณ์ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นป้ายทางหนีไฟ หรือ ไฟฉุกเฉิน ก็ต้องเลือกที่มีอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินที่มีมาตรฐานการรับรองจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ ยิ่งเป็นอาคารใหญ่หรือโรงงานที่มีคนทำงานมากมาย ความปลอดภัยยิ่งต้องเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงฟังก์ชันการทำงานของโคมไฟฟ้าฉุกเฉินที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานตามสถานที่ต่าง ๆ 1. ไฟฉุกเฉินมีมาตรฐานที่ดี ไฟฉุกเฉินในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม ควรได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปที่ได้ยึดถือปฏิบัติตามมาอย่างยาวนาน เพื่อความปลอดภัยของคนหมู่มาก  2. ความสองสว่างขั้นต่ำเพื่อการหนีภัย มาตรฐานไฟฉุกเฉินที่ดีต้องมีความส่องสว่างที่เหมาะสม เพื่อให้มองเห็นอันตราย การเปลี่ยนระดับพื้น และทิศทางของเส้นทาง รวมถึงตำแหน่งอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ในสภาวะที่ระบบไฟฟ้าปกติล้มเหลว ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องมีความสว่างเพียงพอ  3. ความจุและชนิดของแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ของไฟฉุกเฉิน ต้องสามารถจ่ายไฟไม่ต่ำกว่า 120 นาที มีแรงไฟฟ้าต่ำสุดไม่น้อยกว่า 80% ของแรงดันพิกัดปกติ รวมถึงมีเวลาอัดประจุไม่เกิน 24 ชั่วโมง 4. ระยะเวลาเริ่มทำงานของไฟฉุกเฉิน ไฟฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน ต้องให้แสงสว่างทันทีหรือภายใน 0.5-5 วินาทีหลังไฟฟ้าดับ โดยทั่วไป โคมไฟฟ้าฉุกเฉินที่ติดตั้งในอาคาร ต้องส่องสว่างต่อเนื่อง 90-120 นาที แต่ในกรณีโรงงานโดยเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่ จะต้องสามารถส่องสว่างไม่น้อยกว่า 120 นาที คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานไฟฉุกเฉิน

Read More »
ไฟฉุกเฉินคืออะไรมีกี่แบบทำงานอย่างไร

รวมสิ่งต้องรู้เกี่ยวกับระบบไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) คืออะไร มีกี่แบบ

อาคารทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอาคารเล็กหรือใหญ่ นอกจากอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีก็คือ “ไฟฉุกเฉิน (Emergency Light)” ที่จะติดตั้งอยู่ตามบริเวณทางเดิน หรือทางออกฉุกเฉิน ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลอาคาร อาจยังไม่เคยรู้ความหมายของ ไฟฉุกเฉินว่าคืออะไร สำคัญต่อระบบรักษาความปลอดภัยอย่างไร วันนี้ Sunny Emergency Light ได้รวบรวมสาระสำคัญของระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน แบบครบจบในบทความเดียว ไปค้นหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย ไฟฉุกเฉินคืออะไร? ไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) คือ เครื่องมือให้แสงสว่างในกรณีที่ไฟฟ้าดับ โดยเครื่องจะส่องสว่างอัตโนมัติ เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง หรือจับสัญญาณได้ว่า บริเวณดังกล่าวมีค่าความสว่างต่ำกว่าที่ตั้งค่าไว้ (ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งานของแต่ละรุ่น) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อยู่ในอาคารสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้อย่างชัดเจน นำทางไปยังป้ายทางออกฉุกเฉิน และอพยพออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย ไฟฉุกเฉินควรติดตั้งบริเวณใดบ้าง ตัวอย่างบริเวณที่ต้องมีโคมไฟฉุกเฉินตามมาตรฐานการติดตั้งไฟฉุกเฉิน ดังนี้ ทั้งนี้ในแต่อาคารจะต้องมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าฉุกเฉินตาม ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4745 (พ.ศ. 2558) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การติดตั้งระบบการให้แสงสว่างฉุกเฉิน ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2690-2558 โดยเป็นการติดตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การอพยพบุคคลออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ประโยชน์ของไฟฉุกเฉิน ที่มากกว่าแค่ตอนไฟดับ การติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้แสงสว่างในยามที่ไฟฟ้าดับกะทันหันเท่านั้น แต่ระบบไฟฉุกเฉินยังมีบทบาทสำคัญในด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการอาคารในสภาวะวิกฤตอีกหลายด้าน ดังนี้ เพิ่มความอุ่นใจและยกระดับมาตรฐานอาคาร: อาคารที่มีระบบความปลอดภัยครบถ้วน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งพนักงาน ผู้เช่า และผู้มาติดต่อ ว่าชีวิตของพวกเขาจะปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินทำงานอย่างไร? ระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน หรือ โคมไฟฉุกเฉิน จะมีแบตเตอรี่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าสำรอง โดยแบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ แบตเตอรี่แบบแห้ง และแบตเตอรี่แบบชนิดเติมน้ำกลั่น ซึ่งปัจจุบันไม่มีการนำแบตเตอรี่ประเภทนี้มาใช้กับไฟฉุกเฉินแล้ว  โดยเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ โคมไฟฉุกเฉินจะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการส่องสว่าง ซึ่งระยะเวลาการส่องสว่างจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของโคมไฟฉุกเฉินและขนาดแบตเตอรี่ที่ใช้ แต่โดยส่วนใหญ่จะต้องส่องสว่างอยู่ได้นาน 2 ชั่วโมงขึ้นไป ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินมีกี่แบบ แต่ละแบบมีจุดเด่นอย่างไร? ในปัจจุบันมีโคมไฟฉุกเฉินจัดจำหน่ายหลายแบบ แต่ละแบบจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนี้ 1. ไฟฉุกเฉิน LED 2 หัวโคม แบบแขวนผนัง เป็นโคมไฟฉุกเฉินที่ได้รับความนิยม และใช้งานกันทั่วไป เพราะให้แสงสว่างได้สูง แต่ใช้พลังงานไฟฟ้ากำลังวัตต์ต่ำมาก

Read More »
สัญลักษณ์ทางหนีไฟ คืออะไร พร้อมวิธีติดตั้งให้ได้มาตรฐาน

 ป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟ คืออะไร พร้อมวิธีติดตั้งให้ได้มาตรฐาน

คุณเคยสังเกตไหม ว่าไม่ว่าคุณจะอยู่ในตึกหรืออาคารไหน ก็มักจะมีป้ายสีเขียว ๆ ให้เห็นตามทางเดินอยู่เสมอ ซึ่งบนป้ายที่คุณเห็น อาจจะมีทั้งตัวอักษร “ทางออก” หรือ “EXIT” สัญลักษณ์รูปคนวิ่ง รวมไปถึงลูกศรที่ชี้ไปทางทิศใดทิศหนึ่ง ป้ายที่ว่านั้นก็คือป้ายทางหนีไฟ หรือ สัญลักษณ์ทางหนีไฟนั่นเอง เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์ทางหนีไฟ และการติดตั้งป้ายที่ถูกต้องตามกฎหมายกัน ป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟ คืออะไร ป้ายทางหนีไฟ หรือ สัญลักษณ์ทางหนีไฟ (Emergency Fire Exit Sign) คือ โคมไฟฟ้าที่มีป้ายแสดงทางออกฉุกเฉินหรือทางหนีภัยโดยส่องสว่างเพื่อบ่งชี้ตำแหน่งทางออกฉุกเฉินหรือเส้นทางอพยพในอาคาร มักมีรูปแบบเป็นป้ายพร้อมข้อความ “ทางออก” หรือ “EXIT” และสัญลักษณ์ทิศทาง ถูกออกแบบให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในสภาพที่มีควันหนาแน่นหรือมีแสงสว่างน้อย โดยใช้แหล่งจ่ายไฟสำรองจากแบตเตอรี่หรือระบบไฟฉุกเฉินของอาคารเมื่อเกิดไฟดับ ความสำคัญของป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟ ป้ายทางหนีไฟ หรือ สัญลักษณ์ทางหนีไฟ มีบทบาทสำคัญยิ่งในระบบความปลอดภัยของอาคาร ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นเพลิงไหม้หรือแผ่นดินไหว การมีป้ายทางหนีไฟที่ชัดเจนและมองเห็นได้ง่ายจะช่วยให้การอพยพเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการสูญเสียชีวิตได้ มาตรฐานติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เนื่องจากป้ายทางหนีไฟมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของคนหมู่มาก การติดตั้งป้ายในอาคารจึงต้องมีมาตรฐานและมีข้อกำหนดควบคุมโดยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของป้าย ขนาดของป้าย ขนาดสัญลักษณ์ในป้าย รวมไปถึงระยะติดตั้ง ซึ่งจะแบ่งตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) ในบทความนี้ เราจะมาดูข้อกำหนดการติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟตามมาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง (มยผ.) ที่เรายึดถือปฏิบัติตามกันมานาน 1. รูปแบบป้ายหนีไฟ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้กำหนดให้ป้ายประกอบไปด้วย ข้อความทั้งภาษาไทยอย่าง “ทางออก” “ทางหนีไฟ” หรือ “ทางออกหนีไฟ” หรือตัวหนังสือภาษาอังกฤษ “Exit” รวมถึงสัญลักษณ์รูปคนวิ่ง และทิศทางของลูกศร ทั้งนี้ ป้ายต้องให้แสงสว่างที่เพียงพอเพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นได้ง่าย 2. ขนาดป้ายหนีไฟ ขนาดทุกด้านของป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟ ไม่ว่าจะเป็นด้านบน ด้านข้าง ด้านซ้ายและขวา จะต้องห่างจากตัวหนังสือและสัญลักษณ์บนป้ายไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร 3. ขนาดป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟในป้าย ขนาดของป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟในป้ายตามกฎหมายมีดังนี้  4. ระยะติดตั้งที่ถูกต้องตามกฎหมาย การติดตั้งป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟตามกฎหมาย ต้องติดตั้งเหนือประตูหรือตามทางเดินที่ความสูง 2.0-2.7 เมตร โดยป้ายที่ติดอยู่เหนือประตูทางออก ไม่จำเป็นต้องมีลูกศรในป้ายก็ได้ แต่ถ้าเป็นบริเวณทางเดิน ป้ายสัญลักษณ์ทางหนีไฟจะต้องมีลูกศรบอกทิศทางให้ชัดเจน คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับป้ายทางหนีไฟ ตำแหน่งและความสูงที่เหมาะสมในการติดตั้งป้ายทางหนีไฟคือที่ไหน? ตามมาตรฐานกำหนดให้ติดตั้งป้ายทางหนีไฟอยู่เหนือประตูทางออก

Read More »

สรุปมาตรฐานการติดตั้งป้ายทางหนีไฟ ที่เจ้าของอาคารต้องรู้

ป้ายไฟทางออกฉุกเฉินเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบความปลอดภัยของอาคาร ซึ่งช่วยให้ผู้อาศัยสามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การติดตั้งป้ายไฟทางออกฉุกเฉินต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าป้ายสามารถมองเห็นและเข้าใจได้ง่าย มาตรฐานที่สำคัญในการติดตั้งป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน ได้แก่ ระยะทางระหว่างป้าย ขนาดของสัญลักษณ์ ความสูงในการติดตั้ง และระดับความสว่างของป้าย ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ช่วยให้ป้ายสามารถทำหน้าที่เป็นแนวทางนำผู้คนไปสู่ทางออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ความสูงและตำแหน่งการติดตั้งป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน 1.1 ตำแหน่งติดตั้งป้ายทางออกฉุกเฉิน 1.2 ระยะห่างระหว่างป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน a ≥ ระยะห่าง (เซนติเมตร) ÷ 240 2. ขนาดของป้ายไฟทางออกฉุกเฉินและสัญลักษณ์ 2.1 องค์ประกอบของป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน 2.2 ขนาดของสัญลักษณ์ ขนาดสัญลักษณ์ (เซนติเมตร) ขนาดขั้นต่ำของป้าย (กว้าง x ยาว) เซนติเมตร 10 15 x 18 (1 ชิ้น) หรือ 15 x 33 (2 ชิ้น) 15 21 x 25 (1 ชิ้น) หรือ 21 x 46 (2 ชิ้น) 20 28 x 32 (1 ชิ้น) หรือ 28 x 60 (2 ชิ้น) มากกว่า 20 (1.4a) x (1.4a + 4) (1 ชิ้น) หรือ (1.4a) x (2.8a + 4) (2 ชิ้น) หมายเหตุ : a คือขนาดขององค์ประกอบภาพ (เซนติเมตร) 3. จุดที่ต้องติดตั้งป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน 4. มาตรฐานความสว่างของป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน

Read More »
แบตเตอรี่แห้ง มีอายุการใช้งานกี่ปี มีวิธีดูแลอย่างไร

 แบตเตอรี่แบบแห้งคืออะไร อายุการใช้งานกี่ปี มีวิธีดูแลอย่างไรบ้าง

แบตเตอรี่แห้งอายุการใช้งานกี่ปี มีวิธีดูแลรักษาอย่างไร เป็นคำถามที่คนมากมายต้องการรู้คำตอบ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถยนต์ รวมไปถึงผู้ที่ต้องการใช้ในงานไฟสำรองที่ต้องใช้แบตเตอรี่แห้งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ในบทความนี้ Sunny Emergency Light มีรายละเอียดข้อดีของแบตเตอรี่แห้ง อายุการใช้งาน และวิธีการดูแลรักษามาให้ทุกคนดู แบตเตอรี่แบบแห้งคืออะไร แบตเตอรี่แบบแห้ง คือ แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรดที่ออกแบบให้มีอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) เป็นเจลหรือแบบดูดซับ (AGM) ที่ไม่สามารถรั่วไหลได้แม้อยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับระบบไฟฉุกเฉินและป้ายทางหนีไฟเนื่องจากไม่ต้องการการบำรุงรักษาเป็นประจำ รวมไปถึงรถยนต์และจักรยานยนต์ด้วยเช่นกัน มีความปลอดภัยสูง อายุการใช้งานยาวนาน ไม่มีปัญหาการรั่วไหลของน้ำกรดและมีสารเคมีชนิดแห้งที่ช่วยในกระบวนการสร้างกระแสไฟฟ้า และสามารถทนต่อการชาร์จและคายประจุซ้ำได้หลายรอบ จึงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องพร้อมทำงานได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน แบตเตอรี่แบบแห้งใช้กับอุปกรณ์ประเภทใดบ้าง แบตเตอรี่แบบแห้งมีกี่ประเภท แบตเตอรี่แห้งมีทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีลักษณะและการใช้งานแตกต่างกันไป โดยบางประเภทอาจถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในงานอุตสาหกรรม และบางประเภทมีการใช้งานภายในบ้าน อาคาร หรือยานพาหนะ 1. แบตเตอรี่แบบแห้ง ประเภทยืดหยุ่น (AGM – Absorbent Glass Mat) แบตเตอรี่แห้งแบบยืดหยุ่น เป็นแบตเตอรี่ที่มีแผ่นใยแก้วคอยดูดซับ Elecrolyte ทำให้มีประสิทธิภาพการชาร์จและสะสมพลังงานได้ดี มักใช้งานในระบบรถยนต์ และระบบพลังงานสำรอง 2. แบตเตอรี่แบบแห้ง ประเภทไฮบริด (AGM Hybrid) แบตเตอรี่แห้งแบบไฮบริด จะประกอบด้วยแผ่น AGM ร่วมกับเซลล์ไฮบริด ซึ่งมีความสามารถในการรับน้ำหนักมากกว่าแบตเตอรี่ AGM ธรรมดา มักใช้ในรถยนต์และเครื่องจักรที่ต้องการการป้องกันการรั่วไหลของน้ำ Elecrolyte สูง 3. แบตเตอรี่แบบแห้งไฟฟ้า สำหรับยานพาหนะ (Starting-Lighting-Ignition, SLI) แบตเตอรี่แห้งที่ใช้ในยานพาหนะเพื่อให้พลังงานในการเริ่มต้นเครื่องยนต์ที่พบบ่อยคือแบตเตอรี่แห้งแบบลิเทียม (Lithium-ion) ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีและมีน้ำหนักเบา 4. แบตเตอรี่แบบแห้ง ประเภท SLA (Sealed Lead-Acid Battery) แบตเตอรี่แห้งแบบ SLA เป็นแบตเตอรี่ขนาดเล็กถึงปานกลาง มักถูกใช้งานในระบบไฟฟ้าสำรอง เช่น เครื่องสำรองไฟ (UPS) และไฟฉุกเฉิน (Emergency Light) มีความเสถียรสูงและปลอดภัยในการติดตั้งภายในอาคาร แบตเตอรี่แห้ง มีอายุการใช้งานกี่ปี โดยทั่วไป แบตเตอรี่แบบแห้งจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 4-5 ปี โดยไม่ต้องบำรุงรักษาใด ๆ

Read More »
ทำความรู้จักกับตู้ควบคุมไฟฟ้า

ทำความรู้จักกับตู้ควบคุมไฟฟ้า อุปกรณ์สำคัญที่มองข้าไม่ได้

ในทุกอาคาร โรงงาน และสำนักงาน จำเป็นต้องมีระบบควบคุมไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อความปลอดภัยและการจัดการพลังงานที่เหมาะสม โดยหัวใจสำคัญของระบบนี้คือตู้ควบคุมไฟฟ้า หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่าตู้ไฟ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุมและกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆ ของอาคาร วันนี้ Sunny Light Emergency จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้ให้มากขึ้น ตู้ควบคุมไฟฟ้าคืออะไร ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Electrical Control Panel) คือ ตู้โลหะที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมและป้องกันระบบไฟฟ้า ภายในประกอบด้วยวงจรและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำหน้าที่ควบคุม ตัดตอน และกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆ ของอาคาร รวมถึงป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือการใช้งานเกินกำลัง ตู้ควบคุมไฟฟ้ามีกี่ประเภท ตู้ไฟในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรมมีหลายประเภท แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามลักษณะการใช้งานและขนาดของระบบไฟฟ้า ดังนี้ ตู้ควบคุมหลัก (Main Distribution Board: MDB) ตู้ควบคุมไฟฟ้าประเภท MDB เป็นตู้ไฟขนาดใหญ่ที่รับไฟฟ้าโดยตรงจากการไฟฟ้า ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุมและกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังตู้ควบคุมย่อยต่างๆ ภายในอาคาร มักติดตั้งในห้องไฟฟ้าหลักและต้องมีระบบป้องกันที่ได้มาตรฐานสูง ตู้ควบคุมย่อย (Sub-Distribution Board: SDB) ตู้ไฟประเภท SDB รับไฟฟ้าจาก MDB เพื่อกระจายต่อไปยังพื้นที่หรือชั้นต่างๆ ของอาคาร มีขนาดเล็กกว่า MDB แต่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับอาคารขนาดใหญ่ที่ต้องการการควบคุมไฟฟ้าแยกเป็นโซน ตู้ควบคุมแบบ PB (Panel Board: PB) ตู้ควบคุมไฟฟ้าแบบ PB เป็นตู้ไฟขนาดกลางที่ใช้ควบคุมระบบไฟฟ้าเฉพาะส่วน เช่น ระบบแสงสว่าง หรือเครื่องปรับอากาศในแต่ละชั้น มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งและปรับแต่งตามความต้องการใช้งาน ตู้ LP (Load Panel) ตู้ควบคุมไฟฟ้าประเภท LP เป็นตู้ไฟที่ใช้ควบคุมโหลดไฟฟ้าโดยเฉพาะ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามลักษณะการใช้งาน: ตู้ควบคุมระบบอื่น ๆ  นอกจากตู้ไฟประเภทหลักแล้ว ยังมีตู้ควบคุมไฟฟ้าเฉพาะทางอื่นๆ เช่น: องค์ประกอบสำคัญของตู้ควบคุมไฟฟ้า ตู้ควบคุมไฟฟ้าประกอบด้วยส่วนประกอบสำคัญหลายส่วนที่ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมและป้องกันระบบไฟฟ้า แต่ละส่วนมีหน้าที่เฉพาะและความสำคัญที่แตกต่างกันดังนี้ วงจรควบคุม (Control Circuits) วงจรควบคุมเป็นส่วนที่ทำหน้าที่รับคำสั่งและควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ประกอบด้วยระบบสวิตช์ รีเลย์ และอุปกรณ์ควบคุมอัตโนมัติ ทำงานร่วมกันเพื่อให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย วงจรกำลัง (Power Circuits) วงจรกำลังในตู้ไฟทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ต่างๆ

Read More »
เลือกไฟฉุกเฉินยี่ห้อไหนดี?

เลือกไฟฉุกเฉินยี่ห้อไหนดี รวมโคมไฟฉุกเฉิน 5 รุ่นสุดฮิต จาก SUNNY

“โคมไฟฉุกเฉิน” หรือ “Emergency Light” เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร หรือที่พักอาศัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะจะช่วยให้ความสว่างเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง หรือเกิดเพลิงไหม้ แ“โคมไฟฉุกเฉิน” หรือ “Emergency Light” เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้ระบบรักษาความปลอดภัยของอาคาร หรือที่พักอาศัยมีประสิทธิ/ภาพมากขึ้น เพราะจะช่วยให้ความสว่างเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง หรือเกิดเพลิงไหม้ และนำทางไปยังทางออกฉุกเฉิน ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถหลบหนีได้อย่างปลอดภัย แล้วควรเลือกโคมไฟฉุกเฉินยี่ห้อไหนดี Sunny Emergency Light มีคำแนะนำมาฝาก แนะนำ 5 โคมไฟฉุกเฉิน ยี่ห้อ SUNNY ที่ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ หากคุณไม่รู้จะซื้อโคมไฟฉุกเฉินยี่ห้อไหนดี SUNNY ขอแนะนำ 5 รุ่นโคมไฟฉุกเฉินยอดนิยม ตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ แต่ละรุ่นจะมีความน่าสนใจอย่างไร ไปดูกันเลย! 1. โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น MESG โคมไฟฉุกเฉิน SUNNY รุ่น MESG มาพร้อมกับระบบ Auto Check คอยตรวจสอบสมรรถนะตัวเครื่อง และแจ้งเตือนความผิดปกติโดยอัตโนมัติในทุกจุดสำคัญของตัวเครื่อง เช่น แบตเตอรี่ หลอดไฟ ฟิวส์ วงจรแสงสว่าง และระบบการชาร์จแบตเตอรี่ แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานด้วยระบบการชาร์จนวัตกรรมใหม่อย่าง 3 Steps Charger System (เลขอนุสิทธิบัตร 15955) ที่เหนือกว่าระบบชาร์จอื่นช่วยปกป้องกระบวนการชาร์จแบตเตอรี่อย่างสมบูรณ์ 2. โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SGM โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SGM ที่ทำหน้าที่มากกว่าโคมไฟฉุกเฉินทั่วไป มีจุดเด่นตรงฟังก์ชันเสริม “วงจรจับการเคลื่อนไหว (Motion Sensor)” ที่ช่วยให้ใช้งานหลอดไฟจากตัวเครื่องอย่างคุ้มค่า และนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายสถานการณ์ โดยในขณะที่ไฟฟ้าดับ ตัวเครื่องสำรองไฟจะให้แสงสว่างด้วยไฟจากแบตเตอรี่ และในขณะที่ไฟไม่ดับ หากมีคนเดินผ่านที่ตัวเครื่อง แล้วพื้นที่บริเวณนั้นมีค่าแสงสว่างต่ำกว่า 5 ลักซ์ วงจรจับการเคลื่อนไหวจะทำงาน ทำให้ไฟติดเองอัตโนมัติ และจะดับภายใน 15 วินาที ถ้าไม่มีคนอยู่ 3. โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SG โคมไฟฉุกเฉิน รุ่น SG มีระบบ Auto

Read More »
การตรวจสอบไฟฉุกเฉิน ต้องดูแลรักษายังไง

รวมวิธีเช็กไฟฉุกเฉิน มีแนวทางการตรวจสอบอย่างไรบ้าง

ตามอาคารต่าง ๆ จะต้องมีการออกแบบทางหนีไฟให้ได้มาตรฐาน และจะต้องมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในอาคารมองเห็นได้อย่างชัดเจน สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย นอกเหนือจากการติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบไฟฉุกเฉินเป็นประจำว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ เป็นไปตามข้อกำหนดหรือเปล่า เพื่อให้ผู้ใช้งานจะได้มีความปลอดภัย และไม่เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งการตรวจสอบนั้นจะต้องเป็นไปตามแบบตรวจไฟฉุกเฉินประจําเดือน หลักการหรือวิธีเช็กไฟฉุกเฉินใด ๆ บ้าง ไปดูกัน ขอบเขตการตรวจสอบไฟฉุกเฉินตามมาตรฐาน วสท. หลังจากที่มีการติดตั้งระบบไฟฉุกเฉินให้เป็นไปตามมาตรฐานแล้ว หากใช้ไปนาน ๆ ระบบไฟฉุกเฉินอาจจะเกิดการเสื่อมสภาพ และชำรุด เสียหายได้ตามระยะเวลาในการใช้งาน ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบ และทดสอบระบบไฟฉุกเฉินเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน ระบบไฟฟ้าป้ายทางออก และระบบโคมไฟฉุกเฉิน เพื่อไม่เกิดความเสียหายเมื่อต้องใช้งาน โดยจะต้องมีการตรวจตามระยะเวลาที่กำหนด และเลือกใช้วิธีเช็กไฟฉุกเฉินที่ถูกต้องตามแบบตรวจไฟฉุกเฉินประจำเดือน แนวทางการตรวจสอบ การตรวจสอบระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินนั้นจะต้องมีการกำหนดระเวลาในการตรวจสอบ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย โดยสามารถกำหนดตารางในการตรวจสอบไว้ได้เลย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งวิธีเช็กไฟฉุกเฉินในส่วนนี้นั้นสามารถเลือกทำได้ 2 แบบ คือ การตรวจสอบไฟฟ้าฉุกเฉินตามวาระ ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินเป็นหนึ่งในระบบที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งป้ายหนีไฟ โคมไฟฉุกเฉิน รวมทั้งระบบความสว่างทางหนีภัยนั้นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดวาระในการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นแบบตรวจไฟฉุกเฉินประจำเดือน ประจำปี หรือการตรวจสอบเมื่อมีการติดตั้งใหม่ รวมถึงเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติทุก ๆ วัน ตรวจสอบติดตั้งใหม่ หรือเปลี่ยนแปลง เมื่อระบบไฟฟ้าฉุกเฉินมีการติดตั้งใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงในบางจุดจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบการทำงานของระบบไฟฟ้า โดยจะต้องตรวจสอบจำลองความล้มเหลวของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ และระบบไฟฟ้าฉุกเฉินจะต้องส่องสว่างในภาวะฉุกเฉินได้ไม่น้อยกว่า 120 นาที พร้อมทั้งต้องทดสอบระบบตัดไฟ การยกเลิกการทำงานของสวิตซ์ไฟอย่างได้มาตรฐานด้วย แบบตรวจไฟฉุกเฉิน ประจำเดือน สำหรับแบบตรวจไฟฉุกเฉิน ประจำเดือนนั้นจะต้องมีการตรวจเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง โดยระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน และระบบไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินจะต้องได้รับการตรวจสอบการทำงาน และทดสอบระบบว่าสามารถทํางานได้ถูกต้องในช่วงเวลาไม่น้อยกวา 30 วินาที หรือในกรณีที่ไม่สามารถจ่ายไฟได้ จะต้องมีสัญญาณแสดงความล้มเหลว เตือนให้ได้ทราบ แบบตรวจไฟฉุกเฉิน ประจำปี การทดสอบระบบไฟฟ้าฉุกเฉินประจำปีนั้น จะตรวจสอบโดยการจำลองความล้อมเหลวของแหล่งจ่ายไฟปกติ เพื่อทดสอบ และระบบไฟฟ้าฉุกเฉินต่าง ๆ จะต้องสว่างในภาวะฉุกเฉินได้ไม่น้อยกว่า 120 นาที ในกรณีที่แหล่งจ่ายไฟ ไม่สามารถจ่ายไฟได้นานถึง 120 นาทีในระหว่างที่ทำการทดสอบ ระบบจะต้องมีสัญญาณในการแจ้งเตือนความล้มเหลว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเช็กไฟฉุกเฉิน ใครควรเป็นผู้รับผิดชอบในการทดสอบไฟฉุกเฉินภายในอาคาร การตรวจสอบควรทำโดยช่างผู้ชำนาญการ หรือเจ้าหน้าที่ดูแลอาคาร (นิติบุคคล) ที่ได้รับการอบรมวิธีเช็กไฟฉุกเฉินเบื้องต้นมาเป็นอย่างดี

Read More »
รวมอุปกรณ์ความปลอดภัย

รวมอุปกรณ์ความปลอดภัย (Safety Equipment) ที่ทุกอาคารขาดไม่ได้

การเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในอาคารขนาดใหญ่และโรงงานอุตสาหกรรมที่มีผู้คนพลุกพล่าน การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานจึงเป็นเกราะป้องกันด่านแรกที่ช่วยลดความสูญเสีย วันนี้ Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฉุกเฉินชั้นนำของไทย จะพาไปดูเช็กลิสต์อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ทุกสถานประกอบการขาดไม่ได้ พร้อมอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้สามารถนำไปตรวจสอบและอัปเกรดความปลอดภัยในพื้นที่ของตนเองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อุปกรณ์ความปลอดภัย (Safety Equipment) คืออะไร อุปกรณ์ความปลอดภัย คือ เครื่องมือ เครื่องใช้ หรือระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติงานหรือภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นเหตุเพลิงไหม้ ไฟฟ้าดับ หรืออันตรายจากเครื่องจักร การมีอุปกรณ์ความปลอดภัยที่เหมาะสมและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตของพนักงานและผู้ใช้อาคาร รวมถึงป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเภทของอุปกรณ์ความปลอดภัย แบ่งตามลักษณะการใช้งาน เพื่อให้การจัดการด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างเป็นระบบ สามารถแบ่งหมวดหมู่ของอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็นออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. อุปกรณ์ความปลอดภัยในอาคารและระบบป้องกันอัคคีภัย หมวดหมู่นี้ถือเป็นระบบพื้นฐานที่กฎหมายควบคุมอาคารบังคับให้ต้องมี เพื่อใช้ระงับเหตุและอพยพผู้คนเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน โคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกฉุกเฉิน (Emergency & Exit Lighting) เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือไฟฟ้าลัดวงจร ระบบไฟฟ้าหลักมักจะถูกตัดขาด ทัศนวิสัยที่มืดมิดจะสร้างความตื่นตระหนกและเป็นอุปสรรคต่อการอพยพ การติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินตามจุดต่างๆ ของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นโถงทางเดิน บันไดหนีไฟ หรือพื้นที่ทำงาน จะช่วยให้แสงสว่างทันทีที่ไฟดับ นอกจากนี้ การมีป้ายทางออกหนีไฟที่มองเห็นได้ชัดเจน จะทำหน้าที่เป็นผู้นำทางบอกเส้นทางอพยพที่ปลอดภัยที่สุด ซึ่งในอาคารขนาดใหญ่หลายแห่งยังนิยมใช้เครื่องสำรองไฟฉุกเฉิน (Central Battery System) เพื่อจ่ายไฟไปยังโคมไฟและป้ายต่างๆ อย่างเป็นระบบ ทำให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาและมั่นใจได้ว่าระบบจะมีเสถียรภาพสูงสุดในยามวิกฤต เครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ (Fire Extinguishers) เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นต้นที่ใช้สำหรับระงับเหตุเพลิงไหม้ขนาดเล็กก่อนที่จะลุกลาม ควรเลือกประเภทของถังดับเพลิงให้เหมาะสมกับความเสี่ยงในพื้นที่ เช่น ชนิดผงเคมีแห้ง ชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) หรือชนิดโฟม และต้องติดตั้งในจุดที่มองเห็นง่าย หยิบใช้งานได้สะดวก ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) ประกอบด้วยอุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector) อุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector) และสัญญาณเตือนภัย (Alarm Bell) ทำหน้าที่แจ้งเตือนผู้อยู่ในอาคารให้รับทราบถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีเวลาในการอพยพหรือจัดการกับต้นเพลิงได้ทันท่วงที 2. อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) พื้นฐานที่คนทำงานต้องมี อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment – PPE) เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมใส่เพื่อป้องกันอวัยวะต่างๆ จากอันตรายและสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ (Head

Read More »
โคมไฟดาวน์ไลท์คืออะไร

โคมไฟดาวน์ไลท์คืออะไร เลือกอย่างไรให้เข้ากับห้องของคุณ

การออกแบบระบบส่องสว่างสำหรับอาคารพาณิชย์ สำนักงาน หรือแม้แต่บ้านพักอาศัย ล้วนต้องการความสมบูรณ์แบบทั้งด้านความสวยงามและฟังก์ชันการใช้งาน บทความนี้ Sunny Emergency Light ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าฉุกเฉินแบบครบวงจร จะพาคุณไปทำความรู้จักกับไฟดาวน์ไลท์อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย ประเภท วิธีการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไปจนถึงการผสานความปลอดภัยเข้ากับการตกแต่งอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้รับเหมาก่อสร้างและเจ้าของโครงการมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ดีที่สุด ไฟดาวน์ไลท์ (Downlight) คืออะไร? ไฟดาวน์ไลท์ หรือ Downlight คือโคมไฟที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้แสงสว่างส่องตรงลงมาจากเพดานสู่พื้นด้านล่าง (Downward Lighting) จุดเด่นหลักของโคมไฟประเภทนี้คือความสามารถในการซ่อนตัวเรือนโคมไว้ภายในหรือแนบไปกับโครงสร้างฝ้าเพดาน ทำให้สถาปัตยกรรมภายในดูสะอาดตา เป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่บดบังทัศนียภาพของห้อง ในวงการออกแบบตกแต่งภายใน ไฟดาวน์ไลท์ถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับอาคารยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือบ้านพักอาศัย เพราะนอกจากจะให้แสงสว่างที่เพียงพอและสม่ำเสมอแล้ว ยังสามารถควบคุมทิศทางของแสงเพื่อเน้นย้ำจุดสนใจ (Accent Lighting) หรือสร้างบรรยากาศ (Ambient Lighting) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟดาวน์ไลท์ แตกต่างจากหลอดไฟทั่วไปอย่างไรในงานโครงการ หากเปรียบเทียบกับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แบบยาวหรือโคมไฟแขวนทั่วไป ไฟดาวน์ไลท์มีความแตกต่างอย่างชัดเจนในหลายมิติ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมกลุ่มผู้รับเหมาและวิศวกรผู้ออกแบบถึงนิยมเลือกใช้ในงานโครงการอาคาร ประเภทของไฟดาวน์ไลท์ที่นิยมใช้งานในอาคารและสำนักงาน การเลือกประเภทของโคมไฟให้ตรงกับลักษณะของโครงสร้างหน้างานเป็นสิ่งสำคัญมาก ไฟดาวน์ไลท์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการติดตั้งดังนี้ 1. โคมไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า (Recessed Downlight) เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานอาคารสำนักงานและโครงการที่อยู่อาศัย ตัวโคมจะถูกฝังซ่อนไว้เหนือฝ้าเพดานทั้งหมด เผยให้เห็นเพียงแค่ขอบโคมและหน้าหลอดไฟเท่านั้น การติดตั้งจำเป็นต้องมีพื้นที่ช่องว่างเหนือฝ้าเพดาน (Clearance) มากพอสำหรับตัวโคมและระบบระบายความร้อน ข้อดีคือให้ความสวยงาม เรียบหรู และทันสมัย 2. โคมไฟดาวน์ไลท์แบบติดลอย (Surface Mounted Downlight) สำหรับพื้นที่ที่ไม่สามารถทำฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบหรือแบบทีบาร์ได้ เช่น เพดานคอนกรีตเปลือยสไตล์ลอฟท์ (Loft) บริเวณระเบียงทางเดิน หรือลานจอดรถ โคมไฟดาวน์ไลท์แบบติดลอยคือทางออกที่เหมาะสมที่สุด ตัวโคมจะติดตั้งแนบไปกับพื้นผิวเพดานโดยตรง มีดีไซน์ตัวกระบอกที่สวยงามหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน 3. โคมไฟดาวน์ไลท์แบบแขวน (Pendant Downlight) โคมไฟประเภทนี้จะมีสายไฟหรือก้านเหล็กห้อยตัวโคมลงมาจากเพดาน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีระดับฝ้าเพดานสูงมาก (Double Volume) หรือใช้เพื่อการตกแต่งเฉพาะจุด เช่น บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับลูกค้า โต๊ะประชุม หรือโซนคาเฟ่ในออฟฟิศ เพื่อดึงความสนใจและลดระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดแสงกับพื้นที่ใช้งาน วิธีเลือกโทนสีแสงของไฟดาวน์ไลท์ให้เหมาะกับการใช้งาน โทนสีของแสงมีผลอย่างมากต่อความรู้สึก สมาธิ และพฤติกรรมของผู้ใช้อาคาร การเลือกโทนสีของไฟดาวน์ไลท์ซึ่งวัดค่าเป็นเคลวิน (Kelvin – K) ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของพื้นที่นั้นๆ

Read More »