Skip to content

Articles

ความสว่างทางหนีภัยอาคารได้มาตรฐานไหม

เช็กลิสต์ ความสว่างทางหนีภัยอาคารได้มาตรฐานหรือไม่

การก่อสร้างอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม โรงแรม หรือว่าห้างสรรพสินค้า นอกจากการออกแบบโครงสร้างของตัวอาคารให้มีความปลอดภัยในการใช้งานแล้ว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินด้วย เพื่อที่จะได้มีทางหนีไฟที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก ซึ่งโดยปกติแล้วตามอาคารต่าง ๆ จะต้องสร้างทางหนีไฟ รวมถึงมีทางหนีภัยให้ถูกต้องตามกฎหมายอยู่แล้ว ไปดูกันว่าทางหนีภัยนั้นจะต้องมีความสว่างระดับใด และมีข้อกำหนดใด ๆ อีกบ้างที่เป็นไปตามมาตรฐานวสท. 021004-22 รู้จักมาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินจาก วสท. ตามกฎหมายแล้วอาคารจะต้องมีการสร้างทางหนีไฟให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการอพยพในกรณีที่เกิดภัยฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ พายุเข้า น้ำท่วม หรือเกิดเหตุวินาศกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นสามารถรอดชีวิตได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย สำหรับมาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินนั้นจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานวสท. 021004-22 ซึ่งมีการจัดทำขึ้นโดยสถาบันวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ซึ่งเป็นสถาบันที่จัดทำมาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน เพื่อให้เป็นมาตรฐานระดับประเทศ และช่วยให้มีความปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถนำหลักนี้ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบมาตรฐานความสว่างขั้นต่ำเพื่อการหนีภัยของอาคาร ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือภัยฉุกเฉิน อาคารจะต้องมีระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินที่คอยให้แสงสว่าง มีป้ายทางหนีไฟ และโคมไฟฉุกเฉินจะต้องมีการทำงาน เพื่อให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารเข้าใจว่าควรหนีออกทางใด และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งตามมาตรฐาน วสท. 021004-22 นั้นจะต้องเป็นไปตามหลัก ดังนี้ ทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร ในกรณีที่อาคารมีทางหนีไฟที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร จะต้องมีระดับความสว่างในแนวระดับที่พื้นที่เส้นกึ่งกลางของทางหนีภัยไม่น้อยกว่า 1 ลักซ์ และบนแถบกลางทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นกึ่งกลาง ต้องมีความส่องสว่างไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความส่องสว่างต่ําสุดที่ออกแบบไว้บนเส้นกึ่งกลางทางหนีภัย ทางหนีภัยที่มีความกว้างเกิน 2 เมตร สำหรับอาคารที่มีการออกแบบให้ทางหนีไฟ หรือทางหนีภัยมีความกว้างเดิน 2 เมตร สามารถกำหนดความสว่างได้สองแบบ โดยสามารถเลือกใช้งานแบบใดแบบหนึ่งได้ ดังนี้ พื้นที่โล่งภายในอาคารที่ไม่มีทางหนีภัยชัดเจน ในกรณีที่พื้นที่อาคารเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ๆ โดยไม่มีทางหนีภัยอย่างชัดเจน หรือไม่มีการติดป้ายทางหนีไฟต่าง ๆ จะต้องออกแบบให้พื้นที่มีความสว่างทั่วบริเวณ และความสว่างจะต้องไม่น้อยกว่า 0.5 ลักซ์ ยกเว้นพื้นที่บริเวณที่ห่างผนังมา 0.5 เมตร ที่สำคัญจะต้องไม่มีสิ่งกีดขวางต่าง ๆ พื้นที่งานที่มีความเสี่ยงสูง ในบริเวณที่เป็นพื้นที่ความเสี่ยงสูง จะต้องมีการออกแบบให้พื้นที่ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย โดยจะต้องมีความส่องสว่างไม่น้อยกว่า 10% ของค่าระดับความส่องสว่างในช่วงเวลาปกติ แต่จะต้องให้ความสว่างไม่น้อยกว่า 15 ลักซ์ พื้นที่เตรียมหนีภัย, จุดรวมพล,​ปฏิบัติการดับเพลิง และห้องควบคุม ในส่วนของพื้นที่ทางหนีไฟ พื้นที่เตรียมหนีภัย จุดรวมพล

Read More »
ขั้นตอนอพยพหนีไฟในอาคาร ควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร

รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการอพยพหนีไฟในอาคาร

“อัคคีภัย” เป็นหนึ่งในภัยที่ต้องเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมืออยู่เสมอ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ขึ้นแล้ว ถ้าไม่มีมาตรการรับมือที่ดี ก็อาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตได้ เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไฟไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Sunny Emergency Light ได้รวมเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับอพยพหนีไฟมาให้แล้ว จะต้องซ้อมปีละกี่ครั้ง? เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ควรทำอย่างไร? ขั้นตอนการอพยพหนีไฟมีอะไรบ้าง? อ่านได้เลยที่บทความนี้ 9 ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในอาคาร เพื่อให้คุณสามารถอพยพหนีไฟในอาคารได้อย่างเหมาะสม Sunny Emergency Light ได้สรุป 9 ขั้นตอนการอพยพหนีไฟในอาคารสูงฉบับเข้าใจง่ายมาให้แล้ว ตามไปดูกันเลย 1. ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก และอพยพตามแผน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมสติของตนเองไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เพราะความตื่นตระหนกอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ จากนั้นให้เริ่มทบทวนและปฏิบัติตามแผนการอพยพหนีไฟที่เคยได้รับการฝึกซ้อมมาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่อันตรายเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และลดความสับสนวุ่นวายให้ได้มากที่สุด 2. เชื่อฟังและปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย อาสาสมัคร หรือพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำอาคาร ล้วนผ่านการฝึกอบรมการรับมือเหตุฉุกเฉินมาเป็นอย่างดี ดังนั้นในขณะเกิดเหตุควรตั้งใจฟังเสียงประกาศและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางการทำงานของทีมช่วยเหลือ เพื่อให้การอพยพคนหมู่มากเป็นไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย 3. รีบเก็บของมีค่าลงลิ้นชัก หรือทิ้งสัมภาระหากจวนตัว หากเหตุการณ์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและพอมีเวลา ให้รีบเก็บของมีค่าขนาดเล็กหรือเอกสารสำคัญลงลิ้นชักแล้วล็อคให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกโจรกรรม แต่หากประเมินแล้วว่าไฟกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วหรือเริ่มมีควันหนาแน่น ให้ทิ้งทรัพย์สินทั้งหมดทันที เพราะชีวิตและความปลอดภัยของตัวคุณเองคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสถานการณ์นี้ 4. มุ่งสู่บันไดหนีไฟด้วยการเดินเร็ว ห้ามวิ่ง ห้ามย้อนกลับ การเคลื่อนที่ไปยังทางออกฉุกเฉินควรใช้วิธีการเดินจ้ำให้เร็วที่สุด ห้ามวิ่งโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการสะดุดล้มหรือชนกับผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้เกิดการล้มทับและเหยียบกันจนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ห้ามเดินย้อนกลับไปเอาของที่ลืมไว้ และห้ามถือสัมภาระชิ้นใหญ่พะรุงพะรัง เพราะจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของทั้งตนเองและผู้ร่วมอพยพคนอื่นๆ 5. ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก และหมอบคลานต่ำหลบเลี่ยงควันไฟ ควันไฟและก๊าซพิษคือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ ดังนั้นควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดจมูกและปากเพื่อกรองควันพิษเบื้องต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหมอบคลานต่ำหรือย่อตัวให้ใกล้ระดับพื้นมากที่สุด เพราะก๊าซพิษและควันที่มีความร้อนจะลอยขึ้นสู่ที่สูง ส่วนอากาศบริสุทธิ์จะเหลืออยู่บริเวณเหนือพื้นดินในระดับไม่เกิน 1 ฟุต 6. เดินลงบันไดหนีไฟเรียงคู่ จับราวให้มั่น และงดใช้เสียง เมื่อเข้าสู่บันไดหนีไฟได้แล้ว ให้จัดระเบียบการเดินโดยเรียงหน้ากระดานไม่เกิน 2 คนต่อขั้นบันได และจับราวบันไดไว้เสมอเพื่อป้องกันการลื่นล้ม ห้ามผลัก เบียด หรือแซงกันโดยเด็ดขาด ควรงดการพูดคุยส่งเสียงดัง งดการใช้โทรศัพท์มือถือ หรือล้วงกระเป๋า เพื่อให้ทุกคนมีสมาธิกับการก้าวเดินและพร้อมช่วยเหลือหากมีคนสะดุดล้ม 7. ผู้ที่ออกจากชั้นเป็นคนสุดท้าย ต้องปิดประตูหนีไฟให้สนิท ประตูหนีไฟถูกออกแบบมาให้เป็นประตูทนความร้อนและสามารถป้องกันควันไฟได้ ดังนั้นผู้ที่เดินออกจากชั้นนั้นๆ เป็นคนสุดท้ายจะต้องดึงประตูให้ปิดสนิทตามหลังเสมอ การปิดประตูจะช่วยบล็อกไม่ให้ควันไฟและเปลวเพลิงลามเข้าไปในช่องบันไดหนีไฟ ทำให้ผู้ที่กำลังอพยพอยู่ด้านในสามารถหายใจและเดินลงสู่ชั้นล่างได้อย่างปลอดภัย 8.

Read More »
สรุปข้อกำหนดระบบความปลอดภัยในอาคารสูง แบบฉบับเข้าใจง่าย

สรุปข้อกำหนดระบบความปลอดภัยในอาคารสูง แบบฉบับเข้าใจง่าย

อาคารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คอนโด หอพัก หรือสถานประกอบการอย่างอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน หรือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ล้วนเป็นสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากอาศัยอยู่ การวางระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารที่ได้มาตรฐาน เพื่อเตรียมรับมือกับภัยต่าง ๆ เช่น การโจรกรรม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรืออัคคีภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จะได้รับมืออย่างทันท่วงที ช่วยลดความสูญเสียต่าง ๆ ทั้งต่อทรัพย์สินและชีวิตได้ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า อาคารที่ใช้งานอยู่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน Sunny Emergency Light จะพาไปทำความรู้จักกับระบบความปลอดภัยในอาคาร จะต้องมีข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์อะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย! ทำไมต้องมีระบบความปลอดภัยในอาคาร? การวางระบบความปลอดภัยในอาคารที่ได้มาตรฐาน เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทุกอาคารต้องมี เนื่องจากเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายในการสร้างตึกหลังหนึ่ง เพื่อที่เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ หรือโจรกรรม จะได้พาผู้คนในอาคารอพยพออกมาจากอาคารได้อย่างปลอดภัย รวมถึงสามารถป้องกันเหตุ แจ้งเหตุ และระงับเหตุไม่ให้เกิดขึ้น หรือรุนแรงมากขึ้นได้นั่นเอง ระบบความปลอดภัยในอาคาร มีอะไรบ้าง? ตัวอย่างระบบความปลอดภัยในอาคาร เช่น อาคาร หรือตึกแบบไหนที่ต้องมีระบบความปลอดภัยในอาคาร อาคาร หรือตึกทุกประเภทจะต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยในอาคารที่ได้มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็น การระบายอากาศภายในอาคาร การติดตั้งโคมไฟฟ้าฉุกเฉิน สัญญาณเตือนเพลิงไหม้ ทำบันไดหนีไฟ หรือระบบไฟฟ้าสำรองภายในอาคาร เป็นต้น เนื่องจากเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้อาคาร อย่างไรก็ตาม อาคารแต่ละประเภท จะมีข้อกำหนดระบบความปลอดภัยในอาคารที่แตกต่างกัน เพื่อการวางระบบรักษาความปลอดภัยในอาคารที่ได้มาตรฐาน จึงควรปรึกษาผู้ตรวจสอบอาคารก่อนทำการสร้างตึกให้ดี ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้มาก 13 ข้อกำหนดระบบความปลอดภัยในอาคารสูง เพื่อให้คุณเห็นภาพระบบความปลอดภัยในอาคารมากขึ้น เรามีตัวอย่าง 13 ข้อกำหนดระบบความปลอดภัยในอาคารสูงมาฝาก อ้างอิงมาจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในอาคารสูง ได้แก่ กฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ.2535) ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540) ฉบับที่ 48 (พ.ศ.2540) และฉบับที่ 50 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แต่ละหัวข้อจะมีความน่าสนใจอย่างไร ไปดูกันเลย! 1. ที่ตั้งของอาคาร ที่ตั้งของอาคารสูงที่มีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 30,000 ตารางเมตร โดยด้านหนึ่งของที่ดินจะต้องไม่น้อยกว่า 12

Read More »
รวมเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับมาตรฐานไฟฉุกเฉิน

รวมมาตรฐานการติดตั้งไฟฉุกเฉินที่ต้องรู้ พร้อมแนะนำจุดติดตั้งสำคัญที่ต้องรู้

เวลาที่เราเข้าไปในอาคาร หรือสถานที่ต่าง ๆ หนึ่งในสิ่งที่ต้องสังเกตให้ดีคือ “โคมไฟฉุกเฉิน” และ “ป้ายไฟทางออกฉุกเฉิน” เพื่อที่เวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะได้อพยพออกมาตามการนำทางของโคมไฟฉุกเฉิน มายังทางออกได้อย่างปลอดภัย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า อาคารที่เข้าไปใช้งานมีการติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินตามมาตรฐานไฟฉุกเฉิน บทความนี้มีคำตอบ ความสำคัญของมาตรฐานการติดตั้งไฟฉุกเฉิน การติดตั้งระบบโคมไฟฉุกเฉินและป้ายไฟทางออกฉุกเฉินให้ได้มาตรฐานตามที่ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กำหนด เป็นสิ่งที่เจ้าของสถานที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายแล้ว มาตรฐานการติดตั้งไฟฉุกเฉินและป้ายทางหนีไฟที่ออกแบบมา ยังเป็นกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างอัคคีภัย หรือไฟฟ้าขัดข้องด้วย ถ้าหากอาคาร หรือสถานที่นั้น ๆ ไม่ได้ติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินและป้ายไฟทางออกฉุกเฉินที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็แสดงว่าไม่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้อาคารนั่นเอง 13 จุดที่ต้องติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินตามมาตรฐานไฟฉุกเฉิน บริเวณที่ต้องติดตั้งโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน ตามมาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและโคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน พ.ศ. 2565 (วสท. 021004-22) มี 13 บริเวณดังนี้ การติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินให้ได้มาตรฐาน ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องใดบ้าง? นอกจาก 13 จุดที่ต้องติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินแล้ว เพื่อให้เจ้าของสถานที่เห็นภาพการติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินตามมาตรฐานไฟฉุกเฉินมากขึ้น เราได้รวม 3 เรื่องที่เจ้าของอาคารต้องให้ความสำคัญมาให้แล้ว จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย! 1. เป้าหมายในการติดตั้งโคมไฟฉุกเฉิน การติดตั้งโคมไฟฉุกเฉิน จะมีอยู่ 2 เป้าหมายหลัก ๆ ได้แก่ การให้แสงสว่างสำรองเวลาที่แหล่งจ่ายไฟปกติล้มเหลว และการให้แสงสว่างเพื่อการหนีภัย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะต้องติดตั้งวงจรการให้แสงสำรองแยกกัน โดยการติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินจะต้องเป็นไปตามที่มาตรฐานไฟฉุกเฉินกำหนดเท่านั้น  การติดตั้งโคมไฟฉุกเฉินเพื่อการหนีภัยนั้น จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่าง ๆ ดังนี้ 2. เลือกโคมไฟฉุกเฉินให้เหมาะกับแต่ละจุด โคมไฟฟ้าที่ใช้เพื่อส่องสว่างฉุกเฉินจะมีอยู่ 3 แบบหลัก ๆ ดังนี้ ไม่ว่าจะเลือกโคมไฟฉุกเฉินแบบใด โคมไฟฉุกเฉินนั้น ๆ จะต้องมีสเปคขั้นต่ำ คือ มีหลอดไฟ LED ที่มีความสว่างเพียงพอ แบตเตอรี่ต้องสามารถให้แสงสว่างได้อย่างน้อย 120 นาที และทำงานอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุไฟดับ 3. เลือกป้ายไฟทางออกฉุกเฉินให้ได้ขนาดมาตรฐาน ป้ายไฟทางออกฉุกเฉินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน และจะต้องเลือกขนาดที่ได้มาตรฐานตามที่หน่วยงานกำหนดด้วย โดยข้อกำหนดขนาดป้ายบอกทางหนีไฟตามกฎหมาย จะแตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ อย่างไรก็ตาม ขนาดป้ายบอกทางหนีไฟตามกฎหมายดังกล่าว เป็นข้อมูลขนาดป้ายทางออกฉุกเฉินเล็กสุดเท่านั้น หากป้ายมีขนาดใหญ่ จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก่อนสั่งซื้อ เพื่อความถูกต้องที่สุด

Read More »

วงจร 3 steps charge

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไม แบตเตอรี่ที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือซึ่งถูกใช้งานอยู่ทุกวันจึงมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ได้นานกว่าแบตเตอรี่ที่นำมาใช้งานในเครื่องไฟฉุกเฉิน – บางคนอาจจะตอบว่าเป็นเพราะแบตเตอรี่ต่างชนิดกัน แล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงเหรอจริงครับแต่ไม่ใช่เหตุผลหลักหรือเหตุผลสำคัญ – แล้วเหตุผลที่สำคัญที่แท้จริงนั้นมันคืออะไรสาเหตุสำคัญที่จริงแล้วคือ ลักษณะของการนำเอาแบตเตอรี่มาใช้งานต่างหากที่เป็นปัจจัยหลักคือโทรศัพท์มือถือเป็นการใช้แบตเตอรี่แบบ Circle Useเครื่องไฟฉุกเฉินเป็นการนำแบตเตอรี่มาใช้งานแบบ Standby Use Circle Use คืออะไรCircle Use คือการนำแบตเตอรี่มาทำการชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่หมด และเมื่อชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้วจึงนำออกไปใช้งาน Standby Use คืออะไรStandby Use คือการชาร์จแบตเตอรี่แบบมีไฟเลี้ยงแบตเตอรี่ไว้ตลอดเวลาเพื่อให้แบตเตอรี่เต็มอยู่เสมอ เพื่อจะรอใช้งานเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ไฟที่ไปเลี้ยงแบตเตอรี่ตลอดเวลานี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นซึ่งถ้าเราสามารถนำเครื่องไฟฉุกเฉินมาใช้งานได้ทุกวันเหมือนโทรศัพท์มือถือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือเท่าไหร่นัก แต่ในการใช้งานจริงๆมันไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ – แล้วจะทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาปัญหานี้ได้?นวัตกรรมใหม่ในการออกแบบวงจรชาร์จแบตเตอรี่ที่มีการใช้งานแบบ Standby Use ให้มีการชาร์จแบตเตอรี่เป็นแบบ Circle Use ด้วยวงจรชาร์จที่เรียกว่า 3 Step Charger จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ – 3 Step Charge คืออะไร ทำงานยังไง3 Step Charger คือ วงจรชาร์จแบตเตอรีที่จะตัดวงจรชาร์จแบตเตอรี่ออกจากแบตเตอรี่เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มเหมือนการชาร์จแบบ Circle Use ซึ่งก็จะไม่มีไฟไปเลี้ยงแบตเตอรี่อยู่ตลอดเวลาการทำงานของ 3 Step Charger คือStep 1. ถ้าประจุของแบตเตอรี่ต่ำมาก การชาร์จประจุเข้าแบตเตอรี่ โดยวิธีควบคุมกระแสชาร์จ(Limit Current) ไม่ให้เกิน Normal Charge คือไม่เกิน 10%ของความจุของตัวแบตเตอรี่Step 2. เมื่อประจุของแบตเตอรี่สูงขึ้น กระแสชาร์จก็จะลดลง วงจรชาร์จก็จะเปลี่ยนการชาร์จเป็นแบบ การชาร์จแบบแรงดันคงที่ (Constant Voltage Charge)Step 3. เมื่อทำการชาร์จด้วย แรงดันคงที่จนมาถึงจุด Float Charge (แบตเตอรี่เต็ม) แล้ววงจรชาร์จก็จะเปลี่ยนการชาร์จเป็นแบบ Flip Flop Charge คือจะทำการตัดวงจรชาร์จออกจากแบตเตอรี่ แล้วปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุไปด้วย Self Discharge จนประจุลดลงมาถึงระดับที่ตั้งใว้ (อิงจาก OCV ในคู่มือของแบตเตอรี่) ก็จะทำการต่อการชาร์จด้วยวงจร Constant Voltage Charge เข้าไปจนเต็มอีก

Read More »

ถ้าไฟฟ้าดับเครื่องไฟฉุกเฉินจำเป็นต้องติดเพื่อให้แสงสว่างไหม?

ถ้าไฟฟ้าดับเครื่องไฟฉุกเฉินจำเป็นต้องติดเพื่อให้แสงสว่างไหม? ถ้าบริเวณนั้นสว่าง ประโยชน์ของเครื่องไฟฉุกเฉินที่นำมาใช้งานก็คือ การให้แสงสว่างชดเชยแสงสว่างปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เพื่อจะได้มองเห็นทางเดินและสิ่งกรีดขวางเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในขณะที่ไฟฟ้าดับ จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของเครื่องไฟฉุกเฉินคือให้แสงสว่างเมื่อเวลาไฟฟ้าดับและบริเวณนั้นมืด และมันจะไม่จำเป็นเลยถ้าไฟฟ้าดับแต่บริเวณนั้นยังสว่างอยู่ เช่นถ้าไฟฟ้าดับในเวลากลางวันซึ่งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ยังส่องเข้ามาถึง สามารถสามารถมองเห็นทางเดิน และสิ่งกรีดขวางได้ ดังนั้นแสงสว่างจากเครื่องไฟฉุกเฉินก็ไม่มีความจำเป็นในขณะนั้น แต่บางครั้งไฟฟ้าอาจดับเป็นเวลานานจนไปถึงตอนใกล้มืด ซึ่งตอนนี้แหละเป็นช่วงเวลาที่ต้องการแสงสว่างจากเครื่องไฟฉุกเฉินแล้ว แต่เครื่องไฟฉุกเฉินถูกใช้ไฟไปจนหมดตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว พอตอนกลางคืนที่ต้องการจะใช้กลับใช้งานไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงตระหนักดีถึงความสำคัญในการที่จะออกแบบเครื่องไฟฉุกเฉินให้ใช้งานได้ ตรงตามสภาวะ การใช้งานที่จำเป็นจริงๆ คือหลอดไฟจะติดเพื่อให้แสงสว่างขณะไฟฟ้าดับเฉพาะตอนที่บริเวณนั้นมีความมืดต่ำกว่า 5 LUX เท่านั้น เครื่องไฟฉุกเฉินชนิดนี้เราเรียกว่า EMERGENCY LIGHT DETECTOR

Read More »

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง ใช้สำหรับเดินจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินส่วนกลางไปยังโคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ในอาคารใหญ่ อาคารใหญ่พิเศษ หรือ อาคารสูง ที่มีวงจรไฟฟ้าของโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินแยกต่างหาก ต้องใช้สายทนไฟ Fire Performance Cable (FRC)และติดตั้งตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทยฉบับล่าสุด โดยต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ เช่น ช่องเดินสายชนิดโลหะ ยกเว้นในส่วนปิดล้อมที่ทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงหรือใช้ระบบการเดินสายอื่นที่ให้ผลการป้องกันเทียบเท่ากัน โดยสายไฟฟ้าต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับกระแสที่ไหลในวงจรได้ แต่ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 ตารางมิลลิเมตรและแรงดันตกไม่เกินร้อยละ 5 อีกทั้งการเดินสายระบบสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วงต้องแยกจากการเดินสายวงจรอื่นโดยการติดตั้งท่อหรือช่องเดินสายแยกจากกันหรือแยกตัวนำจากตัวนำอื่น โดยมีที่กั้นต่อเนื่องที่ทำด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟช่องเดินสายหรือเครื่องหมายอื่นๆต้องมีเครื่องหมายกำกับที่ถาวร และเห็นได้ชัดเจน อ้างอิงจาก หนังสือ มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉินฉบับ แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 4 ตุลาคม 2561

Read More »

ความส่องสว่างเพื่อการหนีไฟ

มาตรฐานเรื่องค่าของแสง พื้นที่แต่ละพื้นที่ในอาคารจะต้องมีค่าความสว่างเท่าไหร่ตามข้อกำหนด ในกรณีที่ระบบจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องให้มีระดับความส่องสว่างขั้นต่ำ เพื่อให้หาทางออกได้อย่างปลอดภัยดังนี้ พื้นที่โล่งภายในอาคารที่ไม่มีทางหนีภัยที่ชัดเจน กำหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้นทั่วพื้นที่ๆไม่มีสิ่งกีดขีดขวางต้องไม่น้อยกว่า 0.5 ลักซ์ ยกเว้นพื้นที่ๆห่างจากผนังในระยะ 0.5เมตร โดยรอบ ดังรูป 2. ทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร กำหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้นที่เส้นกึ่งกลางของทางหนีภัยไม่น้อยกว่า 1ลักซ์ และบนแถบกลางทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่น้อยกว่าครึ่งนึงของทางหนีภัย ต้องมีความส่องสว่างไม่น้อยกว่าครึ่งนึงของความส่องสว่างต่ำสุดที่ออกแบบไว้บนเส้นกึ่งกลางทางหนีภัย ดังรูป 3. ทางหนีภัยที่มีความกว้างเกิน 2 เมตร กำหนดให้มีระดับค่าความส่องสว่างเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังรูป ให้แบ่งความกว้างทางหนีไฟเป็นแถบกว้างเท่าๆกัน แถบละไม่เกิน 2 เมตร และออกแบบถามข้อ 2 (ทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร) กำหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้นทั่วพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งกีดขวางตามข้อ 1 (พื้นที่โล่งภายในอาคารที่ไม่มีทางหนีภัยที่ชัดเจน) 4. พื้นที่งานที่มีความเสี่ยงสูง ความส่องสว่างที่พื้นที่ทำงานต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของค่าระดับความส่องสว่างในเวลาปกติ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 15 ลักซ์ 5. พื้นที่เตรียมการหนีภัย จุดรวมพลเพื่อการหนีภัยภายในอาคาร พื้นที่ปฎิบัติงานของพนักงานดับเพลิงเจ้าหน้าที่พนักงานกู้ภัย รวมถึงห้องควบคุมการปฎิบัติงานความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้น ต้องไม่น้อยกว่า 15 ลักซ์ 6. พื้นที่เก็บอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์แจ้งเหตุ และพื้นที่เก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ความส่องสว่างในแนวระนาบดิ่งที่ตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ต้องไม่น้อยกว่า 5ลักซ์ โดยตำแหน่งโคมไฟฟ้า แสงสว่างฉุกเฉินต้องติดตั้งในระยะห่างไม่เกิน 2เมตร จากจุดกึ่งกลางของตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ ดังรูป อ้างอิงจาก หนังสือ มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉินฉบับ แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 4 ตุลาคม 2561

Read More »

วสท. คืออะไร และทำไมต้องอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท.?

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือ “Engineering Institute of Thailand under H.M. The King’s Patronage” (EIT) เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานวิศวกรรมในประเทศไทย ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า วสท. คืออะไร และทำไมมาตรฐาน วสท. จึงมีความสำคัญ บทบาทของ วสท. วสท. มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมในประเทศไทย โดยมุ่งมั่นในการกำหนดมาตรฐานวิศวกรรม เพื่อให้การทำงานในสายอาชีพนี้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างมาตรฐาน วสท. หนึ่งในตัวอย่างของมาตรฐานที่ วสท. กำหนดคือ มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน พ.ศ. 2565 (วสท. 021004-22) ที่เน้นการให้แสงสว่างในภาวะฉุกเฉินและการติดตั้งระบบไฟฟ้าฉุกเฉินในอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ สรุป วสท. หรือ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน การอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท. ช่วยให้การดำเนินงานมีความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามกฎหมาย หากคุณเป็นวิศวกรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและติดตั้งระบบวิศวกรรมต่างๆ การอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท. เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

Read More »
ทำความรู้จักระบบ Auto-Check

ประโยชน์ของโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน: ความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้ในทุกอาคาร

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ ไฟฟ้าดับ หรือภัยพิบัติอื่น ๆ การหลบหนีจากอาคารอาจเป็นเรื่องที่เสี่ยงและสับสน โดยเฉพาะเมื่อขาดแสงสว่างที่เพียงพอและป้ายบอกทางออกที่ชัดเจน นี่คือเหตุผลที่ โคมไฟฉุกเฉิน และ ป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน มีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตและป้องกันความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึง ประโยชน์ของโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน ว่าทำไมทุกอาคารจึงควรติดตั้ง และมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้อง 1. ความปลอดภัยและการนำทางในภาวะฉุกเฉิน 1.1 ช่วยให้มองเห็นและลดความตื่นตระหนก เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับกลางอาคาร ผู้คนอาจเกิดความตื่นตระหนกและเคลื่อนที่อย่างไม่ปลอดภัย โคมไฟฉุกเฉินจะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ ช่วยให้แสงสว่างเพียงพอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การล้ม การชนสิ่งกีดขวาง และการเดินสะเปะสะปะ 1.2 ชี้นำเส้นทางหนีไฟอย่างชัดเจน ป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน ที่มีไฟในตัว จะช่วยนำทางไปยังทางออกที่ปลอดภัยที่สุด ลดโอกาสที่ผู้คนจะติดอยู่ในจุดอันตราย 2. การปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมาย 2.1 มาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ในประเทศไทย มีการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน ได้แก่ 2.2 การบังคับใช้ในอาคารประเภทต่าง ๆ กฎหมายและมาตรฐานเหล่านี้มีผลบังคับใช้กับอาคารประเภทต่าง ๆ เช่น หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกลงโทษตามกฎหมาย หรืออาคารอาจไม่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการ 3. ลดความเสี่ยงในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน 3.1 ป้องกันการจราจรติดขัดในทางหนีไฟ การไม่มีแสงสว่างหรือป้ายบอกทางอาจทำให้เกิดความแออัดที่ทางออกฉุกเฉิน นำไปสู่การเหยียบกันและทำให้ผู้คนไม่สามารถหนีออกจากอาคารได้ทันเวลา 3.2 ลดความเสียหายจากเพลิงไหม้ ในกรณีเกิดเพลิงไหม้ โคมไฟฉุกเฉินจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองเห็นพื้นที่ที่ต้องเข้าช่วยเหลือ 4. ประหยัดพลังงานและค่าบำรุงรักษา 4.1 เทคโนโลยี LED ประหยัดพลังงาน ปัจจุบันโคมไฟฉุกเฉินและป้ายหนีไฟมักใช้ เทคโนโลยี LED ที่กินไฟน้อยและมีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยลดต้นทุนค่าไฟและการบำรุงรักษา 4.2 ระบบตรวจสอบอัตโนมัติ มาตรฐานล่าสุดกำหนดให้โคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกมีระบบ ตรวจสอบสถานะอัตโนมัติ ที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือมีข้อผิดพลาดในการทำงาน ลดภาระในการตรวจสอบด้วยตนเอง 5. การเลือกติดตั้งและบำรุงรักษา 5.1 การเลือกประเภทโคมไฟฉุกเฉิน 5.2 ตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม 5.3 การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ บทสรุป โคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของทุกอาคาร ไม่เพียงช่วยให้การอพยพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด การติดตั้งและบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังช่วยให้อาคารได้รับการรับรองตามกฎหมาย ลดโอกาสในการถูกปรับหรือถูกระงับการใช้งาน ดังนั้น อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุแล้วค่อยตระหนักถึงความสำคัญของโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกฉุกเฉิน

Read More »