Skip to content

Articles

วงจร 3 steps charge

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไม แบตเตอรี่ที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือซึ่งถูกใช้งานอยู่ทุกวันจึงมีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ได้นานกว่าแบตเตอรี่ที่นำมาใช้งานในเครื่องไฟฉุกเฉิน – บางคนอาจจะตอบว่าเป็นเพราะแบตเตอรี่ต่างชนิดกัน แล้วมันเป็นเช่นนั้นจริงเหรอจริงครับแต่ไม่ใช่เหตุผลหลักหรือเหตุผลสำคัญ – แล้วเหตุผลที่สำคัญที่แท้จริงนั้นมันคืออะไรสาเหตุสำคัญที่จริงแล้วคือ ลักษณะของการนำเอาแบตเตอรี่มาใช้งานต่างหากที่เป็นปัจจัยหลักคือโทรศัพท์มือถือเป็นการใช้แบตเตอรี่แบบ Circle Useเครื่องไฟฉุกเฉินเป็นการนำแบตเตอรี่มาใช้งานแบบ Standby Use Circle Use คืออะไรCircle Use คือการนำแบตเตอรี่มาทำการชาร์จไฟเมื่อแบตเตอรี่หมด และเมื่อชาร์จไฟแบตเตอรี่เต็มแล้วจึงนำออกไปใช้งาน Standby Use คืออะไรStandby Use คือการชาร์จแบตเตอรี่แบบมีไฟเลี้ยงแบตเตอรี่ไว้ตลอดเวลาเพื่อให้แบตเตอรี่เต็มอยู่เสมอ เพื่อจะรอใช้งานเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ไฟที่ไปเลี้ยงแบตเตอรี่ตลอดเวลานี้เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นซึ่งถ้าเราสามารถนำเครื่องไฟฉุกเฉินมาใช้งานได้ทุกวันเหมือนโทรศัพท์มือถือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉินก็สามารถใช้งานได้ไม่ต่างกับแบตเตอรี่ของโทรศัพท์มือถือเท่าไหร่นัก แต่ในการใช้งานจริงๆมันไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ – แล้วจะทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาปัญหานี้ได้?นวัตกรรมใหม่ในการออกแบบวงจรชาร์จแบตเตอรี่ที่มีการใช้งานแบบ Standby Use ให้มีการชาร์จแบตเตอรี่เป็นแบบ Circle Use ด้วยวงจรชาร์จที่เรียกว่า 3 Step Charger จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ – 3 Step Charge คืออะไร ทำงานยังไง3 Step Charger คือ วงจรชาร์จแบตเตอรีที่จะตัดวงจรชาร์จแบตเตอรี่ออกจากแบตเตอรี่เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มเหมือนการชาร์จแบบ Circle Use ซึ่งก็จะไม่มีไฟไปเลี้ยงแบตเตอรี่อยู่ตลอดเวลาการทำงานของ 3 Step Charger คือStep 1. ถ้าประจุของแบตเตอรี่ต่ำมาก การชาร์จประจุเข้าแบตเตอรี่ โดยวิธีควบคุมกระแสชาร์จ(Limit Current) ไม่ให้เกิน Normal Charge คือไม่เกิน 10%ของความจุของตัวแบตเตอรี่Step 2. เมื่อประจุของแบตเตอรี่สูงขึ้น กระแสชาร์จก็จะลดลง วงจรชาร์จก็จะเปลี่ยนการชาร์จเป็นแบบ การชาร์จแบบแรงดันคงที่ (Constant Voltage Charge)Step 3. เมื่อทำการชาร์จด้วย แรงดันคงที่จนมาถึงจุด Float Charge (แบตเตอรี่เต็ม) แล้ววงจรชาร์จก็จะเปลี่ยนการชาร์จเป็นแบบ Flip Flop Charge คือจะทำการตัดวงจรชาร์จออกจากแบตเตอรี่ แล้วปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุไปด้วย Self Discharge จนประจุลดลงมาถึงระดับที่ตั้งใว้ (อิงจาก OCV ในคู่มือของแบตเตอรี่) ก็จะทำการต่อการชาร์จด้วยวงจร Constant Voltage Charge เข้าไปจนเต็มอีก

Read More »

ถ้าไฟฟ้าดับเครื่องไฟฉุกเฉินจำเป็นต้องติดเพื่อให้แสงสว่างไหม?

ถ้าไฟฟ้าดับเครื่องไฟฉุกเฉินจำเป็นต้องติดเพื่อให้แสงสว่างไหม? ถ้าบริเวณนั้นสว่าง ประโยชน์ของเครื่องไฟฉุกเฉินที่นำมาใช้งานก็คือ การให้แสงสว่างชดเชยแสงสว่างปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เพื่อจะได้มองเห็นทางเดินและสิ่งกรีดขวางเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในขณะที่ไฟฟ้าดับ จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของเครื่องไฟฉุกเฉินคือให้แสงสว่างเมื่อเวลาไฟฟ้าดับและบริเวณนั้นมืด และมันจะไม่จำเป็นเลยถ้าไฟฟ้าดับแต่บริเวณนั้นยังสว่างอยู่ เช่นถ้าไฟฟ้าดับในเวลากลางวันซึ่งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ยังส่องเข้ามาถึง สามารถสามารถมองเห็นทางเดิน และสิ่งกรีดขวางได้ ดังนั้นแสงสว่างจากเครื่องไฟฉุกเฉินก็ไม่มีความจำเป็นในขณะนั้น แต่บางครั้งไฟฟ้าอาจดับเป็นเวลานานจนไปถึงตอนใกล้มืด ซึ่งตอนนี้แหละเป็นช่วงเวลาที่ต้องการแสงสว่างจากเครื่องไฟฉุกเฉินแล้ว แต่เครื่องไฟฉุกเฉินถูกใช้ไฟไปจนหมดตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว พอตอนกลางคืนที่ต้องการจะใช้กลับใช้งานไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ทางเราจึงตระหนักดีถึงความสำคัญในการที่จะออกแบบเครื่องไฟฉุกเฉินให้ใช้งานได้ ตรงตามสภาวะ การใช้งานที่จำเป็นจริงๆ คือหลอดไฟจะติดเพื่อให้แสงสว่างขณะไฟฟ้าดับเฉพาะตอนที่บริเวณนั้นมีความมืดต่ำกว่า 5 LUX เท่านั้น เครื่องไฟฉุกเฉินชนิดนี้เราเรียกว่า EMERGENCY LIGHT DETECTOR

Read More »

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง

มาตรฐานชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วง ใช้สำหรับเดินจากแหล่งจ่ายไฟฟ้าฉุกเฉินส่วนกลางไปยังโคมไฟแสงสว่างฉุกเฉิน ในอาคารใหญ่ อาคารใหญ่พิเศษ หรือ อาคารสูง ที่มีวงจรไฟฟ้าของโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินแยกต่างหาก ต้องใช้สายทนไฟ Fire Performance Cable (FRC)และติดตั้งตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทยฉบับล่าสุด โดยต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ เช่น ช่องเดินสายชนิดโลหะ ยกเว้นในส่วนปิดล้อมที่ทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงหรือใช้ระบบการเดินสายอื่นที่ให้ผลการป้องกันเทียบเท่ากัน โดยสายไฟฟ้าต้องมีขนาดเพียงพอที่จะรับกระแสที่ไหลในวงจรได้ แต่ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 2.5 ตารางมิลลิเมตรและแรงดันตกไม่เกินร้อยละ 5 อีกทั้งการเดินสายระบบสำหรับโคมไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต่อพ่วงต้องแยกจากการเดินสายวงจรอื่นโดยการติดตั้งท่อหรือช่องเดินสายแยกจากกันหรือแยกตัวนำจากตัวนำอื่น โดยมีที่กั้นต่อเนื่องที่ทำด้วยวัสดุที่ไม่ติดไฟช่องเดินสายหรือเครื่องหมายอื่นๆต้องมีเครื่องหมายกำกับที่ถาวร และเห็นได้ชัดเจน อ้างอิงจาก หนังสือ มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉินฉบับ แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 4 ตุลาคม 2561

Read More »

ความส่องสว่างเพื่อการหนีไฟ

มาตรฐานเรื่องค่าของแสง พื้นที่แต่ละพื้นที่ในอาคารจะต้องมีค่าความสว่างเท่าไหร่ตามข้อกำหนด ในกรณีที่ระบบจ่ายไฟฟ้าปกติล้มเหลว ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินต้องให้มีระดับความส่องสว่างขั้นต่ำ เพื่อให้หาทางออกได้อย่างปลอดภัยดังนี้ พื้นที่โล่งภายในอาคารที่ไม่มีทางหนีภัยที่ชัดเจน กำหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้นทั่วพื้นที่ๆไม่มีสิ่งกีดขีดขวางต้องไม่น้อยกว่า 0.5 ลักซ์ ยกเว้นพื้นที่ๆห่างจากผนังในระยะ 0.5เมตร โดยรอบ ดังรูป 2. ทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร กำหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้นที่เส้นกึ่งกลางของทางหนีภัยไม่น้อยกว่า 1ลักซ์ และบนแถบกลางทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่น้อยกว่าครึ่งนึงของทางหนีภัย ต้องมีความส่องสว่างไม่น้อยกว่าครึ่งนึงของความส่องสว่างต่ำสุดที่ออกแบบไว้บนเส้นกึ่งกลางทางหนีภัย ดังรูป 3. ทางหนีภัยที่มีความกว้างเกิน 2 เมตร กำหนดให้มีระดับค่าความส่องสว่างเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังรูป ให้แบ่งความกว้างทางหนีไฟเป็นแถบกว้างเท่าๆกัน แถบละไม่เกิน 2 เมตร และออกแบบถามข้อ 2 (ทางหนีภัยที่มีความกว้างไม่เกิน 2 เมตร) กำหนดให้มีระดับความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้นทั่วพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งกีดขวางตามข้อ 1 (พื้นที่โล่งภายในอาคารที่ไม่มีทางหนีภัยที่ชัดเจน) 4. พื้นที่งานที่มีความเสี่ยงสูง ความส่องสว่างที่พื้นที่ทำงานต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของค่าระดับความส่องสว่างในเวลาปกติ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 15 ลักซ์ 5. พื้นที่เตรียมการหนีภัย จุดรวมพลเพื่อการหนีภัยภายในอาคาร พื้นที่ปฎิบัติงานของพนักงานดับเพลิงเจ้าหน้าที่พนักงานกู้ภัย รวมถึงห้องควบคุมการปฎิบัติงานความส่องสว่างในแนวระดับที่พื้น ต้องไม่น้อยกว่า 15 ลักซ์ 6. พื้นที่เก็บอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์แจ้งเหตุ และพื้นที่เก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ความส่องสว่างในแนวระนาบดิ่งที่ตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ต้องไม่น้อยกว่า 5ลักซ์ โดยตำแหน่งโคมไฟฟ้า แสงสว่างฉุกเฉินต้องติดตั้งในระยะห่างไม่เกิน 2เมตร จากจุดกึ่งกลางของตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ ดังรูป อ้างอิงจาก หนังสือ มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน และโคมไฟป้ายทางออกฉุกเฉินฉบับ แก้ไขปรับปรุงครั้งที่ 4 ตุลาคม 2561

Read More »

วสท. คืออะไร และทำไมต้องอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท.?

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือ “Engineering Institute of Thailand under H.M. The King’s Patronage” (EIT) เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานวิศวกรรมในประเทศไทย ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า วสท. คืออะไร และทำไมมาตรฐาน วสท. จึงมีความสำคัญ บทบาทของ วสท. วสท. มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมในประเทศไทย โดยมุ่งมั่นในการกำหนดมาตรฐานวิศวกรรม เพื่อให้การทำงานในสายอาชีพนี้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างมาตรฐาน วสท. หนึ่งในตัวอย่างของมาตรฐานที่ วสท. กำหนดคือ มาตรฐานระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉินและไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉิน พ.ศ. 2565 (วสท. 021004-22) ที่เน้นการให้แสงสว่างในภาวะฉุกเฉินและการติดตั้งระบบไฟฟ้าฉุกเฉินในอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ สรุป วสท. หรือ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน การอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท. ช่วยให้การดำเนินงานมีความน่าเชื่อถือและเป็นไปตามกฎหมาย หากคุณเป็นวิศวกรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและติดตั้งระบบวิศวกรรมต่างๆ การอ้างอิงตามมาตรฐาน วสท. เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

Read More »
ทำความรู้จักระบบ Auto-Check

ประโยชน์ของโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน: ความปลอดภัยที่ขาดไม่ได้ในทุกอาคาร

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ ไฟฟ้าดับ หรือภัยพิบัติอื่น ๆ การหลบหนีจากอาคารอาจเป็นเรื่องที่เสี่ยงและสับสน โดยเฉพาะเมื่อขาดแสงสว่างที่เพียงพอและป้ายบอกทางออกที่ชัดเจน นี่คือเหตุผลที่ โคมไฟฉุกเฉิน และ ป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน มีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตและป้องกันความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึง ประโยชน์ของโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน ว่าทำไมทุกอาคารจึงควรติดตั้ง และมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้อง 1. ความปลอดภัยและการนำทางในภาวะฉุกเฉิน 1.1 ช่วยให้มองเห็นและลดความตื่นตระหนก เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับกลางอาคาร ผู้คนอาจเกิดความตื่นตระหนกและเคลื่อนที่อย่างไม่ปลอดภัย โคมไฟฉุกเฉินจะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ ช่วยให้แสงสว่างเพียงพอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การล้ม การชนสิ่งกีดขวาง และการเดินสะเปะสะปะ 1.2 ชี้นำเส้นทางหนีไฟอย่างชัดเจน ป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน ที่มีไฟในตัว จะช่วยนำทางไปยังทางออกที่ปลอดภัยที่สุด ลดโอกาสที่ผู้คนจะติดอยู่ในจุดอันตราย 2. การปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมาย 2.1 มาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ในประเทศไทย มีการกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน ได้แก่ 2.2 การบังคับใช้ในอาคารประเภทต่าง ๆ กฎหมายและมาตรฐานเหล่านี้มีผลบังคับใช้กับอาคารประเภทต่าง ๆ เช่น หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกลงโทษตามกฎหมาย หรืออาคารอาจไม่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการ 3. ลดความเสี่ยงในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน 3.1 ป้องกันการจราจรติดขัดในทางหนีไฟ การไม่มีแสงสว่างหรือป้ายบอกทางอาจทำให้เกิดความแออัดที่ทางออกฉุกเฉิน นำไปสู่การเหยียบกันและทำให้ผู้คนไม่สามารถหนีออกจากอาคารได้ทันเวลา 3.2 ลดความเสียหายจากเพลิงไหม้ ในกรณีเกิดเพลิงไหม้ โคมไฟฉุกเฉินจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมองเห็นพื้นที่ที่ต้องเข้าช่วยเหลือ 4. ประหยัดพลังงานและค่าบำรุงรักษา 4.1 เทคโนโลยี LED ประหยัดพลังงาน ปัจจุบันโคมไฟฉุกเฉินและป้ายหนีไฟมักใช้ เทคโนโลยี LED ที่กินไฟน้อยและมีอายุการใช้งานยาวนาน ช่วยลดต้นทุนค่าไฟและการบำรุงรักษา 4.2 ระบบตรวจสอบอัตโนมัติ มาตรฐานล่าสุดกำหนดให้โคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกมีระบบ ตรวจสอบสถานะอัตโนมัติ ที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือมีข้อผิดพลาดในการทำงาน ลดภาระในการตรวจสอบด้วยตนเอง 5. การเลือกติดตั้งและบำรุงรักษา 5.1 การเลือกประเภทโคมไฟฉุกเฉิน 5.2 ตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม 5.3 การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ บทสรุป โคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกหนีไฟฉุกเฉิน เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยของทุกอาคาร ไม่เพียงช่วยให้การอพยพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนด การติดตั้งและบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังช่วยให้อาคารได้รับการรับรองตามกฎหมาย ลดโอกาสในการถูกปรับหรือถูกระงับการใช้งาน ดังนั้น อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุแล้วค่อยตระหนักถึงความสำคัญของโคมไฟฉุกเฉินและป้ายทางออกฉุกเฉิน

Read More »